ผ่าทีมสังหาร สส. อดีตแก๊งลูกประดู่ แผนประทุษกรรมมืออาชีพ พุ่งปมการเมือง
07 เม.ย. 2569 | prisana_tha

ผ่าทีมสังหาร สส.กมลศักดิ์ อดีตแก๊งลูกประดู่ แผนประทุษกรรมมืออาชีพ โยง รถ กอ.รมน.นราฯ ที่ “น.อ.” ให้เพื่อนยืม พุ่งปมขัดแย้งการเมือง
ข่าว
07 เม.ย. 2569 | prisana_tha

ผ่าทีมสังหาร สส.กมลศักดิ์ อดีตแก๊งลูกประดู่ แผนประทุษกรรมมืออาชีพ โยง รถ กอ.รมน.นราฯ ที่ “น.อ.” ให้เพื่อนยืม พุ่งปมขัดแย้งการเมือง
7 เมษายน 2569 ความคืบหน้าคดียิงถล่มรถ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้คนขับรถ และตำรวจติดตาม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ สส.กมลศักดิ์ รอดมาได้ โดยเจ้าหน้าที่คาดว่ามุ่งเอาชีวิต โดยมีการออกหมายจับแล้ว 6 คน
ล่าสุด แหล่งข่าวเป็นข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ ระบุว่า ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าทีมสังหารและผู้เกี่ยวข้องเป็น “กลุ่มใหญ่” มีคนรู้เห็นเกือบ 20 คน
ส่วนข้อมูลจากตำรวจ มีการควบคุมตัว และลำดับเวลาการจับกุมผู้ต้องสงสัยและผู้ต้องหาในคดีมาเป็นระยะ แต่ข่าวที่ออกมาค่อนข้างสับสน และมาจากหลายแหล่ง ซึ่งบางแหล่งอาจเป็นการปล่อยข่าวเพื่อ “สับขาหลอก” สร้างความสับสนให้กลุ่มคนร้ายที่ยังคงหลบหนีอยู่ก็เป็นได้
“เนชั่นวิเคราะห์ข่าว” รวบรวมข้อมูลทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ สรุปได้ดังนี้
ล็อตแรก 5 คน
1. นายสมพร อดีตทหารเรือนาวิกโยธิน เคยมี ยศเรือโท
2. นายยศกร ลูกชายของนายสมพร เคยมีข่าวว่าเป็นอดีตทหารพราน แต่ กอ.รมน.ตรวจสอบแล้ว ไม่พบชื่อว่าเคยสังกัดหน่วยทหารพรานใด จึงสันนิษฐานว่าไม่เคยรับราชการมาก่อน
3. นายอลาวี เพิ่งถูกจับกุมรายล่าสุด และจากการสอบปากคำ มีข่าวว่าเจ้าตัวสารภาพว่าเป็นโชเฟอร์ให้ทีมสังหาร
4. นายธนภัทร ยังคงหลบหนี โดยผู้ต้องหารายนี้ถูกระบุว่าเป็นคนนำรถพาหนะสังหารไปส่งชำแหละที่อู่ของนายสุนทร ที่ถูกเจ้าหน้าที่บุกค้นอู่ และถูกเชิญตัวไปให้ถ้อยคำช่วงก่อนหน้านี้
5. มือปืน ยังไม่มีการระบุชื่ออย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ คาดว่าเป็น “นายวิโรจน์” (สงวนนามสกุล) อดีตทหารเรือ ยศ “เรือเอก”
ล็อตสอง 1 คน
นายสุนทร เจ้าของอู่รถ ที่มีการส่งรถไปชำแหละ
รวมบุคคลที่ถูกออกหมายจับขณะนี้ จากข้อมูลอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่ รวม 6 ราย เป็นทีมสังหาร 5 ราย และอีก 1 ราย คือเจ้าของอู่ที่มีการนำรถไปฝากไว้ และมีคำสั่งให้ชำแหละรถในที่สุด
โดยในจำนวน 6 รายนี้ ถูกจับกุมแล้ว 4 ราย คือ นายสมพร อดีตนาวิกฯ , นายยศกร ลูกนายสมพร , นายอลาวี โชเฟอร์ และ นายสุนทร เจ้าของอู่
นอกจากนั้นยังมีอีก 1 คนที่ถูกควบคุมตัว โดยไม่แน่ชัดว่าถูกเรียกไปสอบเป็นพยานในเบื้องต้น หรือถูกออกหมายเชิญตัว โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (หมาย ฉฉ.) คือ นายจำลอง (สงวนนามสกุล) ช่างประจำอู่ของนายสุนทร
ส่วนผู้ต้องหาที่ยังจับกุมไม่ได้ คือ นายธนภัทร กับ นายวิโรจน์
- นายธนภัทร ซึ่งตำรวจยืนยันว่ายังอยู่ระหว่างหลบหนี โดยออกจากพื้นที่ชายแดนใต้ ขึ้นไปกรุงเทพฯ
- มีข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ผู้ต้องหารายนี้น่าจะเป็นอดีตทหารพราน และเป็นทหารพรานนาวิกโยธินของกองทัพเรือด้วย
ถ้า นายธนภัทร เป็นอดีตทหารพรานจริง เท่ากับทีมสังหารเป็น “อดีตคนมีสี” มากกว่าครึ่ง แถมยังเป็น “อดีตคนมีสี” ฝ่ายทหารเรือ หรือ “ลูกประดู่” ล้วนๆ
- ชายปริศนาอีกคนในทีมสังหาร และน่าจะเป็น 1 ใน 2 คนที่นำรถกระบะสีขาวที่ใช้เป็นพาหนะยิงถล่ม สส. ไปส่งที่อู่รถของ นายสุนทร ที่ อ.ตากใบ เพื่อซุกซ่อนไว้ และภายหลังถูกสั่งชำแหละทำลายหลักฐาน คือ “นายวิโรจน์” สงวนนามสกุล
- ข่าวแจ้งว่า นายวิโรจน์ อาจจะเป็นอดีตทหารเรือ ยศ “เรือเอก” แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีข่าวยืนยันชัดเจนเลยว่าถูกออกหมาย พ.ร.ก. หรือหมายจับแล้วหรือยัง
- ที่สำคัญ อดีตทหารเรือที่ชื่อวิโรจน์นี้ มีข่าวว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทสนมกับ “บิ๊ก กอ.รมน.นราธิวาส” ซึ่งเป็นทหารเรือในราชการยศ “นาวาเอก”(น.อ.) ด้วย และเป็นคนเดียวกับที่ทำหน้าที่ควบคุมรถของทางราชการ ในสังกัด กอ.รมน.นราธิวาส
จากแผนประทุษกรรม ภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลจากเครื่องมือพิเศษ พบว่า ปฏิบัติการยิง สส.กมลศักดิ์ ใช้รถยนต์อย่างน้อย 2 คัน คือ รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ (ยึดได้แล้ว) เป็นรถสะกดรอย และรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สี่ประตู สีขาว ใช้ก่อเหตุเป็นพาหนะของมือปืน (ถูกชำแหละ)
มีทีมงานที่เกี่ยวข้อง 3 ทีม คือ 1.ทีมสะกดรอย 2.ทีมเฝ้าจุด 3.ทีมสังหาร/ลั่นไก
โดย นายสมพร อดีตนาวิกฯ กับคนใกล้ชิด คาดว่าเป็นลูกชาย และ นายอลาวี โชเฟอร์ ไปดักรอ สส.กมลศักดิ์ ที่สนามบินหาดใหญ่ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.
ทีมสังหาร พร้อมรถปิกอัพโตโยต้า สี่ประตู สีขาว ดักรออยู่ใกล้ๆ บ้าน สส. ห่างประมาณ 3-4 กิโลเมตร
ทีมสะกดรอย ระหว่างทางมี “สาย - เครือข่ายในทีม” เฝ้าจุดสำคัญระหว่างทาง เพื่อยืนยันรถเป้าหมาย
โดย สส.กมลศักดิ์ ลงเครื่องตอนค่ำ ทีมสะกดรอย นำโดยนายสมพร ขับรถตาม โดย สส.กมลศักดิ์ แวะละหมาดกลางทาง ทีมสังหารจัดชุดใหม่ เปลี่ยนให้ นายอลาวี ไปขับรถให้ทีมสังหาร และรถขับตามกันไป จนแน่ใจว่า สส.มุ่งหน้ากลับบ้าน รถทีมสังหารจึงขับแซงไปดักรอที่หน้าบ้าน เมื่อรถ สส.ถึงบ้าน จึงถอยรถกลับไปยิง
ขณะที่ มือปืนน่าจะเป็น นายธนภัทร กับนายวิโรจน์ เพราะใช้อาวุธสงคราม เอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก
เมื่อยิงถล่มแล้ว ทีมสังหารได้แยกย้ายกันหลบหนี จากนั้นมีการขับรถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ไปซ่อนที่อู่รถของนายสุนทร ที่ อ.ตากใบ
จากนั้นนายสมพร อดีตนาวิกฯ เป็นคนไลน์บอก นายสุนทร เจ้าของอู่ ให้ทราบข้อมูล และสั่งให้ขับรถไปรับชาย 2 คนที่นำรถไปจอดที่อู่ ทราบภายหลังว่า เป็นนายธนภัทร กับนายวิโรจน์
นายสุนทร เจ้าของอู่ ขับรถไปรับชาย 2 คน ไปส่งที่บ้านนายสมพร อดีตนาวิกฯ ตามคำสั่ง แล้วแยกย้ายกันไป
อีก 2 วันต่อมา คือ วันที่ 22 มี.ค.69 นายสมพร สั่งการให้ นายสุนทร ชำแหละรถ เพื่อทำลายหลักฐาน นายสุนทร จึงสั่งช่างประจำอู่ คือ นายจำลอง ให้ชำแหละรถ และนำไปทิ้งทำลาย
ก่อนสิ้นเดือน มี.ค. นายสมพร อดีตนาวิกฯ ถูกจับพร้อมลูกชาย ตำรวจนำกำลังบุกค้นอู่ของนายสุนทร และคุมตัวนายสุนทร พร้อมนายจำลอง ไปสอบปากคำ ก่อนออกหมายจับนายสุนทร ในเวลาต่อมา
ทีมสังหาร ทั้งสะกดรอยและลั่นไก มีอย่างน้อยที่สุด 5 คน ประกอบด้วย
1.นายสมพร อดีตนาวิกฯ - วางแผน สะกดรอย ชี้เป้า
2.นายยศกร ลูกชายนายสมพร - ผู้เป็นพ่อพยายามกันออก ยืนยันว่าไม่เกี่ยว และไม่ใช่อดีตทหาร แต่ตำรวจระบุว่า เจ้าตัวให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ น่าจะอยู่ในเหตุการณ์
3.นายอลาวี - โชเฟอร์ มือขับรถ
4.นายธนภัทร - มือปืน และนำรถปิกอัพสีขาว ไปส่งอู่
5.นายวิโรจน์ - มือปืน และนำรถปิกอัพสีขาว ไปส่งอู่พร้อมกับนายธนภัทร
โดย 5 คนนี้ มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นอดีตทหารเรือ 3 คน คือ นายสมพร นายธนภัทร และนายวิโรจน์
ทีมสนับสนุน - เจ้าของอู่รถ และช่างประจำอู่ (อาจกันเป็นพยาน)
ทีมที่ต้องพิสูจน์ความเกี่ยวพัน - ทหารใน กอ.รมน.นราธิวาส ที่อนุมัติให้ยืมรถ
- ข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ให้น้ำหนัก เป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง
- ข้อมูลสอดคล้องกับ “เสียงลือ เสียงวิจารณ์” ของชาวบ้านในพื้นที่
- สส.กมลศักดิ์ เป็น สส.นราธิวาส เขต 5 พื้นที่ อ.ศรีสาคร บาเจาะ และรือเสาะ
- พื้นที่รอยต่อกับอำเภอหนึ่งใน จ.ปัตตานี ซึ่งมีผู้มีอิทธิพล “เบอร์ใหญ่”
- ผู้มีอิทธิพลรายนี้ ส่งทีมยึดกุมการเมืองท้องถิ่นระดับต่างๆ ได้เกือบทั้งหมด ข้ามเขตมาถึงนราธิวาส ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของ สส.กมลศักดิ์
- ในการเลือกตั้งระดับชาติ ผู้มีอิทธิพลส่ง “คนสนิท” ลงสู้ศึกด้วย เป็นพรรคคู่แข่งของประชาชาติ และ “ทุ่มไม่อั้น”
- ผู้มีอิทธิพลตั้งความหวังสูงมาก และเดิมพันเอาไว้สูง เนื่องจากมั่นใจสุดๆ เพราะตัวเองคุมท้องถิ่นเกือบทั้งหมด
- แต่ สส.กมลศักดิ์ มาแรง ชาวบ้านรัก ทำงานพื้นที่ต่อเนื่อง จึงทำให้รู้สึกถูกท้าทาย ถึงขั้นมีการประกาศ “ถ้าแพ้…จะมีเช็คบิล”
- สุดท้ายก็แพ้จริงๆ และมีเหตุยิงถล่มรถ สส.ตามมา
- ความเคลื่อนไหวสำคัญ คือ หลังจับกุมผู้ต้องหาชุดแรก โดยเฉพาะ นายสมพร อดีตนาวิกโยธิน
มีแกนนำพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ระดับแม่ทัพนราธิวาสของพรรคนั้น พยายามขอเคลียร์กับตำรวจ ยืนยันว่า “อดีตนาวิกฯ” เป็นคนดี และไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้