ย้อนรอย 20 ปี จากยิง สว.ฟัครุดดีน ถึงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์
21 มี.ค. 2569
ย้อนรอย 20 ปี จากยิง สว.ฟัครุดดีน ถึงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ “การเมืองท้องถิ่น” เป้าสังหารป่วนใต้-หักผลประโยชน์ เปิดสถิติกลุ่มอาชีพที่ตกเป็นเป้าหมายตั้งแต่ปี 47
ข่าว
21 มี.ค. 2569
ย้อนรอย 20 ปี จากยิง สว.ฟัครุดดีน ถึงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ “การเมืองท้องถิ่น” เป้าสังหารป่วนใต้-หักผลประโยชน์ เปิดสถิติกลุ่มอาชีพที่ตกเป็นเป้าหมายตั้งแต่ปี 47
21 มีนาคม 2569 จากเหตุการณ์ ลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ล่าสุด หลังเหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวานนี้ แม้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภาและประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ จะให้ข้อมูลว่า ตลอดชีวิตการเมือง 40 ปี เพิ่งเคยเจอเหตุรุนแรง ที่กระทำกับผู้แทนราษฎรหนักขนาดนี้ คือ ลอบยิงรถ สส. แถมเป็น สส.พรรคเดียวกัน คือ พรรคประชาชาติ อดีตแชมป์ สามจังหวัดชายแดนใต้ จากการเลือกตั้ง 2 สมัย คือ ปี 2562 กับ 2566 ก่อนเสียแชมป์ให้พรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
แต่จากการตรวจสอบย้อนหลังของ “เนชั่นทีวี” พบว่า เหตุรุนแรงที่กระทำต่อ “คนการเมือง” หรือ “นักการเมืองระดับชาติ” ในรอบ 22 ปีไฟใต้ นับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนครั้งมโหฬาร เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 ซึ่งถือเป็น “ปฐมบทไฟใต้รอบปัจจุบัน” นั้น ปรากฏว่า เคยมีเหตุลอบยิงนักการเมืองระดับชาติมาแล้ว 2 ครั้ง โดย สส.กมลศักดิ์ จากนราธิวาส นับเป็นครั้งที่สอง แม้เจ้าตัวปลอดภัย แต่คนขับรถ กับตำรวจติดตามรับเคราะห์ ได้รับบาดเจ็บ
ก่อนหน้านั้น ย้อนกลับไปเมื่อปี 2549 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เคยเกิดเหตุลอบยิงนักการเมืองระดับชาติมาแล้ว ครั้งนั้นเป็น “สมาชิกวุฒิสภา” จากนราธิวาสเช่นกัน คือ คุณฟัครุดดีน บอตอ ส.ว.นราธิวาส เจ้าของโรงเรียนดารุสสาลาม (อ่านว่า ดา-รุด-สะ-ลาม) โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามชื่อดังของ อ.ระแงะ จังหวัดนราธิวาส
คนร้ายดักยิง สว.ฟัครุดดีน บริเวณใกล้ๆ หน้าโรงเรียนที่เขาเป็นเจ้าของ ริมถนนเทศบาล 8 ในเขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส ซึ่งเป็นพื้นที่เขตชุมชนเมือง ขณะที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียน เหตุเกิดกลางวันแสกๆ โดยอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ เป็นปืนพกสั้นขนาด 11 มม. กระสุนเจาะเข้าที่ต้นคอด้านขวา ทะลุแก้มซ้าย อาการสาหัส
เชื่อหรือไม่ว่า ภายหลังมีการจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “มือปืน” ได้ เป็นทหารประจำการ ทำให้คดีต้องขึ้นศาลทหาร ผ่านมาจนถึงวันนี้ เกือบ 20 ปีเต็มแล้ว คดียังไม่ถึงที่สุด โดยคุณฟัครุดดีน ขณะเกิดเหตุอายุ 52 ปี ขณะนี้อายุ 72 ปี เข้าสู่วัยชรา และผลจากการถูกยิง รวมถึงเป็นสโตรก ทำให้ต้องนั่งรถเข็น และมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด
คดียิงอดีต สว.ฟัครุดดีน ที่ต้องขึ้นศาลทหาร แต่คดีไม่คืบหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ พรรคประชาชาติ นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และ สส.กมลศักดิ์ เป็นหัวหอกในการเสนอแก้ไข พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 เมื่อครั้งทั้งคู่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ในสภาชุดที่มีรัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2565 โดยมีสาระสำคัญให้คดีที่ทหารกระทำผิดกับพลเรือน ต้องขึ้นศาลพลเรือน ไม่ใช่ขึ้นศาลทหาร แต่สุดท้าย สภาไม่รับร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้
สส.กมลศักดิ์ เคลื่อนไหวเรื่องนี้ต่อเนื่องมาตลอด และเคยนำประเด็นนี้ไปอภิปรายในสภามาหลายครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าล่าสุด เขากลับกลายเป็นเหยื่อกระสุนเสียเอง แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า คนที่ลั่นไกเป็นคนมีสีหรือผู้มีอิทธิพลกลุ่มใด แต่น้ำหนักทางคดีตอนนี้ น่าจะไม่ใช่ “โจรใต้”
แหล่งข่าวในพื้นที่แจ้งว่า ชาวบ้านในเขตเลือกตั้งที่ 5 ของจังหวัดนราธิวาส คือ อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร วิจารณ์กันหนาหูว่า เหตุทำร้าย สส.กมลศักดิ์ น่าจะมาจากความขัดแย้งทางการเมือง เพราะการเลือกตั้งมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด และมีการใช้ทรัพยากรการเมืองหนักมากของฝ่ายคู่แข่ง
มีข่าวว่า นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีหมาดๆ ได้รับรายงานเหตุร้ายที่เกิดกับ สส.กมลศักดิ์ ตั้งแต่เมื่อคืน หลังเกิดเหตุไม่นาน จึงได้โทรศัพท์มาให้กำลังใจ และสอบถามรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างละเอียด พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี
ยังมีสถิติตัวเลขอีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ คือ กลุ่มอาชีพที่ตกเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2547 เป็นต้นมา
โดยฝ่ายความมั่นคงเคยแยกแยะคนที่โดนปองร้าย เป็นกลุ่มอาชีพ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปี 2564 แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีการเผยแพร่ผ่านสื่ออีกเลย จึงไม่แน่ชัดว่า ปีหลังๆ ยังมีการแยกแยะกลุ่มอาชีพที่เป็นเหยื่อความรุนแรงอยู่หรือไม่
กลุ่มอาชีพที่มีการแยกแยะ ได้แก่ ตำรวจ ทหาร ครู เจ้าหน้าที่รถไฟ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนทั่วไป
โดยในส่วนของ “ผู้นำท้องถิ่น” ซึ่งหมายถึงนักการเมืองท้องถิ่น ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภา อบต. เทศบาล อบจ. ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มก่อความไม่สงบ เสียชีวิตมากถึง 247 ราย บาดเจ็บ 172 ราย
นอกจากนั้นยังมีเหตุร้ายที่กระทำต่อผู้นำท้องถิ่น แต่มีปมเหตุจากความขัดแย้งส่วนตัว หรือขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงสรุปสาเหตุไม่ได้ อีกจำนวนไม่น้อย / รวมทุกสาเหตุ มีผู้นำท้องถิ่นเสียชีวิต ตลอด 17 ปีไฟใต้ (นับถึงปี 2564) จำนวน 434 ราย ได้รับบาดเจ็บ 279 รายเลยทีเดียว
