เนชั่นทีวี

ข่าว

รายเดียวสูญ 14 ล้าน ศูนย์ ACSC แนะเช็กแอป SEC Check First ก่อนลงทุน

09 มี.ค. 2569

รายเดียวสูญ 14 ล้าน ศูนย์ ACSC แนะเช็กแอป SEC Check First ก่อนลงทุน

ศูนย์ ACSC แจ้งเตือนเช็กแอป SEC Check First ก่อนลงทุน หลังพบรายเดียวสูญเกือบ 14 ล้าน ขณะที่เปิดสถิติโกงออนไลน์ 7 วันล่าสุด ยอดกว่า 400 ล้าน

9 มีนาคม 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุม พร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 1-7 มี.ค. 69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 7,682 คดี มูลค่าความเสียหาย 433,859,437 บาท

 

คดีที่รับแจ้งรอบนี้เพิ่มขึ้นจากห้วง วันที่ 22-28 ก.พ.69 จำนวน 312 คดี แต่มูลค่าความเสียหายลดลง 25,868,806 บาท ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า ภาพรวมจำนวนคดีพุ่งสูงขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายรวมลดลง 5.6%

หากนับเชิงปริมาณของคดีที่มีการแจ้งเข้ามา อันดับ 1.ยังคงเป็นการหลอกซื้อขายสินค้า มีจำนวนมากถึง 5,244 คดี ครองสัดส่วนสูงที่สุดอย่างชัดเจน สะท้อนว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน โดยคนร้ายเน้นหลอกคนจำนวนมาก แม้ว่ามูลค่าต่อคดีจะไม่สูงนัก แต่ก็ยังเป็นภัยคุกคามวงกว้าง ขณะที่อันดับ 2. คือการหลอกทำงาน และอันดับ 3. เป็นการแอบอ้างบุคคล เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่แล้ว

 

ขณะที่ หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหายพบว่า อันดับคดีมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยครั้งนี้การหลอกให้ลงทุน กลับมาขึ้นอันดับ 1 แทนที่การข่มขู่ทางโทรศัพท์ ส่วนความเสียหายจากการหลอกลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 114.3 ล้านบาท เป็น 146.6 ล้านบาท ขณะที่อันดับ 2. คือการหลอกทำงาน ความเสียหายกว่า 114.8 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจคือ อันดับ 3. กลายเป็นเรื่องของการหลอกขายสินค้าฯ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยติดอันดับ 1 ใน 3 ด้านมูลค่าความเสียหายมาก่อนเลย

เปิดวิธีตรวจสอบการลงทุน ไม่ให้ถูกหลอกลงทุน

 

ทั้งนี้ ศูนย์ ACSC ขอเตือนภัยประชาชนอีกครั้ง โดยเฉพาะสำหรับการลงทุน โดยสามารถป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนทุกชนิดได้ ด้วยการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ดังนี้

 

1.ตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุนผ่านแอป SEC Check First ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยให้สังเกตผลการค้นหา ดังต่อไปนี้

 

- ต้องพบชื่อบริษัทในระบบอย่างชัดเจน

- ระบุสถานะว่า “ได้รับอนุญาต” หรือ “ยังประกอบธุรกิจได้ตามปกติ”

- มีเลขที่ใบอนุญาต ระบุประเภทใบอนุญาตชัดเจน

- มีรายละเอียดที่อยู่สำนักงาน และข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้

- รายชื่อผู้แนะนำการลงทุน/ผู้บริหาร ปรากฏในระบบอย่างถูกต้อง

 

2.ตรวจสอบบัญชีก่อนโอนเงินทุกครั้ง

 

- ชื่อบัญชีที่รับโอนเงินต้องตรงกับชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากระบุให้โอนเงินลงทุนไปยังบัญชีบุคคลธรรมดา นั่นคือมิจฉาชีพ 100 % เช่นเดียวกัน หากมีการเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลรับฝากเงินลงทุนบ่อยครั้ง รวมถึงเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลในการโอนเงินหรือผลกำไรคืนมาให้เรื่อยๆ นั่นก็คือมิจฉาชีพ 100% เช่นกัน

 

- หากพบความผิดปกติ ควรหยุดโอนเงินทันทีและรีบตรวจสอบกับบริษัทที่ถูกกล่าวอ้างผ่านทางช่องทางหลัก

 

3.ระวังแอปพลิเคชันปลอม

 

- มิจฉาชีพสามารถสร้างแอปพลิเคชันปลอม เลียนแบบชื่อ โลโก้ และรูปแบบแอปฯทางการ แล้วนำไปเผยแพร่ใน Store ได้ ดังนั้น การดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก App Store หรือ Google Play อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป

 

ที่สำคัญ ขอให้ประชาชนใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอป SEC Check First ให้ครบถ้วนก่อนโอนเงิน และอย่าหลงเชื่อข้อเสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือการเร่งรัดให้ตัดสินใจ เพราะการตรวจสอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยป้องกันความเสียหายทางการเงินจำนวนมากได้

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชายเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 31-40 ปี ที่มักตกเป็นเหยื่อมากที่สุด โดยจำนวนผู้เสียหายสูงสุด อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อยู่ในกลุ่มอายุ 31-40 ปี อันดับ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ คือกลุ่มอายุ 41-50 ปี และอันดับ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล คือกลุ่มอายุ 31-40 ปี

 

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถประสานงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ประกอบกับประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที โดยเป็นการเข้าตรวจสอบทั้งหมด 9 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 24 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 2,889,300 บาท และสามารถจับกุมได้ 8 คดี

 

สำหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจและมีมูลค่าความเสียหายสูง ได้แก่

 

เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นชายวัย 46 ปี หลังถูกมิจฉาชีพซึ่งใช้บัญชีแอปพลิเคชันไลน์ชื่อ “Phim” ชักชวนให้ร่วมลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม http://www.cilistbon.com  โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 13,837,000 บาท ทันทีที่รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเร่งด่วนเพื่อชี้แจงให้ผู้เสียหายทราบถึงกลโกงของกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้วิธีหลอกล่อให้โอนเงินเข้าสู่ระบบที่ไม่มีอยู่จริง พร้อมทั้งแนะนำรวบรวมพยานหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายและอายัดช่องทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป

 

รายเดียวสูญ 14 ล้าน ศูนย์ ACSC แนะเช็กแอป SEC Check First ก่อนลงทุน

 

เคสที่ 2 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หลักสอง เข้าช่วยเหลือหญิงวัย 78 ปี หลังตรวจพบความผิดปกติในการทำธุรกรรมโอนเงินไปต่างประเทศ โดยพบว่าผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ข่มขู่จนเกิดความหวาดกลัว และหลงเชื่อไปถอนเงินสดจากธนาคาร มูลค่าสูงถึง 2 ล้านบาท เพื่อนำมาฝากเคาน์เตอร์อีกธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบลงพื้นที่และชี้แจงให้ทราบว่ากำลังถูกหลอก พร้อมให้หยุดการทำธุรกรรมทันที ก่อนแนะนำให้รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

รายเดียวสูญ 14 ล้าน ศูนย์ ACSC แนะเช็กแอป SEC Check First ก่อนลงทุน

 

ขณะที่อีก 1 เคสจับกุมที่น่าสนใจ เป็นผลงานของตำรวจภูธรภาค 4 ที่ทลายแก๊งอั้งยี่รับจ้างถอนเงิน “บัญชีม้า” โดยรวบคาห้างดังกาฬสินธุ์ พร้อมเงินสด 3 แสนบาท

 

คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 สืบสวนเชิงลึกแกะรอยจากความผิดปกติของสถิติการทำธุรกรรม หลังพบความเคลื่อนไหวการฝาก-ถอนเงินที่มีจำนวนถี่ จนผิดปกติในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ นำไปสู่การขยายผลจนพบพฤติการณ์กลุ่มบุคคลนอกพื้นที่เข้ามาว่าจ้างชาวบ้านให้เปิดบัญชีม้า ก่อนเดินสายตระเวนถอนเงินสดตามเคาน์เตอร์ธนาคารและตู้เอทีเอ็มอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนำกำลังเข้าชาร์จจับกุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย ขณะนำรถยนต์ส่วนตัวตระเวนถอนเงินสดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ ยึดของกลางเงินสด 300,000 บาท พร้อมแจ้งข้อหาหนัก “อั้งยี่” ฐานร่วมกันปกปิดวิธีการดำเนินการเพื่อมุ่งหมายกระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ก่อนส่งตัวดำเนินคดีและเตรียมเดินหน้าขยายผลจับกุมตัวผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการที่เหลือตามกฎหมายต่อไป

 

รายเดียวสูญ 14 ล้าน ศูนย์ ACSC แนะเช็กแอป SEC Check First ก่อนลงทุน