svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

โจรออนไลน์ปรับแผน เน้นหลอกรายใหญ่ สาววัย 31-40 เป็นเหยื่อสูงสุด

16 ก.พ. 2569

ศูนย์ ACSC เผยโจรออนไลน์เปลี่ยนแผนอีกแล้ว เน้นหันมาหลอกรายใหญ่ เสียหายเพิ่ม 52 ล้านในสัปดาห์เดียว สาวใหญ่ 31-40 ปี ตกเป็นเหยื่อสูงสุด

16 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อ จากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 8-14 ก.พ.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 7,290 คดี มูลค่าความเสียหาย 481,879,930 บาท (เฉลี่ยประมาณ 68.84 ล้านบาทต่อวัน)
 

ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 1- 7 ก.พ.69 จำนวน 555 คดี แต่พบว่ามูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 52,296,423 บาท ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า แม้ภาพรวมจำนวนคดีจะลดลง แต่ค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีกลับเพิ่มขึ้น เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีในสัปดาห์ ล่าสุดจะอยู่ที่ประมาณ 66,101 บาท/เคส เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 54,759/เคส ซึ่งอาจตีความได้ว่า มิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนวิธีการหลอกลวง ที่สร้างความเสียหายต่อรายสูงขึ้น เพื่อให้ได้เงินจำนวนมากต่อครั้ง 
 

โจรออนไลน์ปรับแผน เน้นหลอกรายใหญ่ สาววัย 31-40 เป็นเหยื่อสูงสุด

หากนับเชิงปริมาณของคดีที่มีการแจ้งเข้ามา อันดับ 1. ยังคงเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ มีจำนวนมากถึง 71.6% ซึ่งครองสัดส่วนสูงที่สุดอย่างชัดเจน สะท้อนว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันโดยคนร้ายเน้นหลอกคนจำนวนมาก แม้ว่ามูลค่าต่อคดีจะไม่สูงนัก แต่ก็ยังเป็นภัยคุกคามวงกว้าง ขณะที่อันดับ   2. คือการหลอกให้โอนหารายได้พิเศษ และอันดับ 3. เป็นการข่มขู่ทางโทรศัพท์ เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่แล้ว
 

ขณะที่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหายพบว่า อันดับคดีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยครั้งนี้ การข่มขู่ทางโทรศัพท์ กลับขึ้นมาเป็นอันดับ 1. แม้จำนวนคดีจะน้อยกว่า แต่มูลค่าความเสียหายกลับสูงที่สุด แสดงว่าเหยื่อแต่ละรายสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากต่อครั้ง ขณะที่อันดับ 2. คือการหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ และอันดับ 3. คือการหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 
 

โจรออนไลน์ปรับแผน เน้นหลอกรายใหญ่ สาววัย 31-40 เป็นเหยื่อสูงสุด

จากการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ห้วงวันที่ 8-14 ก.พ.69 พบว่า ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อ มากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน และหากวิเคราะห์ตามช่วงอายุพบว่า กลุ่มอายุ 31-40 ปี เป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด โดยจำนวนผู้เสียหายสูงสุด อันดับ .1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้า หรือบริการ คือกลุ่มอายุ 31-40 ปี อันดับ 2. คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ คือกลุ่มอายุ 41-50 ปี และอันดับ 3. คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ คือกลุ่มอายุ 18-25 ปี
 

ดังนั้น วิธีป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวง จากการซื้อสินค้าทางออนไลน์ ประชาชนควรเลือกซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบ “กระเป๋าเงินกลาง” เช่น TikTokShop, Lazada และShopee ซึ่งเป็นระบบที่แพลตฟอร์ม จะรับเงินจากผู้ซื้อไว้ชั่วคราว และจะโอนเงินให้ผู้ขาย ก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่า ถูกต้องตรงตามที่สั่งซื้อ หากเกิดปัญหา เช่น ไม่ได้รับสินค้า, สินค้าปลอม หรือไม่ตรงปก ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มได้
 

โดยแพลตฟอร์มจะตรวจสอบ และระงับการโอนเงินให้ผู้ขาย โดยเฉพาะการซื้อผ่าน TikTok ควรซื้อผ่านการปักตะกร้าเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการตกลงซื้อขายนอกระบบ หรือโอนเงินให้ผู้ขายโดยตรง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้แพลตฟอร์ม Facebook, Instagram (IG) และ X (Twitter) เป็นช่องทางที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกลวงมากที่สุด เพราะไม่มีกระเป๋าเงินกลาง ไม่สามารถคุ้มครองผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบร้านค้าให้รอบคอบ และหลีกเลี่ยงการซื้อขายที่ไม่มีหลักฐาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ 
 

โจรออนไลน์ปรับแผน เน้นหลอกรายใหญ่ สาววัย 31-40 เป็นเหยื่อสูงสุด
 

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถประสานงานช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที โดยเป็นการเข้าตรวจสอบทั้งหมด 14 เคส สามารถช่วยเหลือรวม ทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหาย ก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพ ได้ทั้งหมดจำนวน 27 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 4,073,121 บาท และสามารถจับกุมได้ 3 คดี
 

สำหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจ และมีมูลค่าความเสียหายสูง ได้แก่
 

เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นชายวัย 66 ปี หลังตรวจพบว่า กำลังพยายามโอนเงินไปยังบัญชีมิจฉาชีพ เป็นการโอนหน้าเคาน์เตอร์ ธนาคารแห่งหนึ่ง มูลค่าเคสนี้รวม 1,500,000 บาท
 

เคสที่ 2 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 69 ปี หลังตรวจพบว่า มีการโอนเงินไปยังบัญชีม้า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ให้ซื้อที่นอน ก่อนชักชวนให้โอนเงินร่วมทำกิจกรรมเล่นเกม เพื่อรับผลตอบแทน มูลค่าความเสียหายรวม 101,760 บาท 
 

เคสที่ 3 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นชายวัย 20 ปี หลังพบว่า กำลังโอนเงินไปยังบัญชีม้า มูลค่าความเสียหายรวม 58,982 บาท 
 

เคสที่4 ศูนย์ ACSC โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ นำเงินคืนแก่ผู้เสียหายกว่า 500,000 บาท กรณีผู้เสียหายเป็นชายวัย 69 ปี ถูกคนร้ายโทรศัพท์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ายาง ใช้โปรไฟล์ไลน์ชื่อ “สอบสวน สภ.ท่ายาง” ภายหลังผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปหลายครั้ง รวมกว่า 6 ล้านบาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงิน เพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 

โจรออนไลน์ปรับแผน เน้นหลอกรายใหญ่ สาววัย 31-40 เป็นเหยื่อสูงสุด