ชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ คดีนี้มีพฤติการณ์แห่งคดีเป็นการร่วมกันฉ้อโกง และหลอกลวงกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน มีความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายทั้ง 11 คน และบุคคลอื่นเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกิดความผิดเช่นนี้อีก จึงขอศาลให้ลงโทษจำทั้ง 4 สถานหนักด้วย
หากจำเลยทั้ง 4 ขอยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้าน
ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และให้ชดใช้เงินคืนต่อ
- ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 41,683,337 ล้านบาท
- ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 46,394,000 บาท
- ผู้เสียหายที่ 3 จำนวน 28,795,000 บาท
- ผู้เสียหายที่ 4 จำนวน 3,550,000 บาท
- ผู้เสียหายที่ 5 จำนวน 3,150,000 บาท
- ผู้เสียหายที่ 6 จำนวน 4,364,500 บาท
- ผู้เสียหายที่ 7 จำนวน 2,970,000 บาท
- ผู้เสียหายที่ 8 จำนวน 1,500,000 บาท
- ผู้เสียหายที่ 9 จำนวน 13,951,000 บาท
- ผู้เสียหายที่ 10 จำนวน 4,000,000 บาท
- ผู้เสียหายที่ 11 จำนวน 23,684,077 บาท
รวมมูลค่ากว่า 170 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ผู้เสียหายทั้ง 11 เสียไปจากการฉ้อโกงดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดตามกฎหมายตามต้นเงินผู้เสียหายนับตั้งแต่วันที่กู้ยืมจนกว่าจำเลยทั้ง 4 จะชำระแต่ละคนเสร็จ
ศาลรับไว้เป็นคดีดำที่ อ.508/2569 โดยอัยการได้นำตัวจำเลยมายื่นฟ้องต่อศาล จำเลยทั้ง 2 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ต่อมา เมื่อเวลา 17.50 น.มีรายงานว่า ศาลให้ประกัน "เวย์-นานา" หลักทรัพย์คนละ 1 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศฯ เว้นแต่ได้รับอนุญาต