ญี่ปุ่น: พี่เลี้ยงผู้เปลี่ยนกติกาเกม
เรามักมองการเจรจาพื้นที่ทับซ้อน (OCA) เป็นเรื่องทวิภาคีระหว่างไทย-กัมพูชา แต่ความจริงแล้ว "ปัจจัยญี่ปุ่น" คือตัวแปรที่มองข้ามไม่ได้ การที่กัมพูชามีที่ปรึกษาระดับพระกาฬอย่าง อดีตทูต ฮิเดฮิสะ โฮริโนอุจิ ผู้เจนจัดทั้งในไทยและกัมพูชา คือการส่งสัญญาณว่าญี่ปุ่นต้องการ "อัปเกรด" กัมพูชาให้พูดภาษาเดียวกับโลกเสรี
นี่คือยุทธศาสตร์สกัดกั้นอิทธิพลจีนที่แยบยลที่สุด เพราะหากกัมพูชาไม่มีญี่ปุ่นเป็นพี่เลี้ยง พนมเปญย่อมต้องหันไปพึ่งพากุนซือจากปักกิ่ง ซึ่งจะทำให้ระเบียบทางทะเลในอ่าวไทยเปลี่ยนทิศทางไปในแบบที่ไทยและพันธมิตรตะวันตกอาจรับมือได้ยากกว่านี้หลายเท่า
เดิมพันพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลก
เบื้องหลังเกราะกำบังทางกฎหมาย UNCLOS คือความต้องการสร้าง "ความแน่นอนทางธุรกิจ" (Business Certainty) ให้กับกลุ่มทุนพลังงานยักษ์ใหญ่อย่าง Inpex, Mitsubishi และ Mitsui ญี่ปุ่นต้องการเห็นความชัดเจนในพื้นที่ OCA เพื่อปลดล็อกการลงทุนขุดเจาะก๊าซธรรมชาติที่จะกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมในภูมิภาค
บทเรียนที่ไทยพลาดไม่ได้
การที่กัมพูชาเดินหมากอย่างเป็นระบบโดยมีกุนซือระดับโลกคอยประคอง คือสัญญาณเตือนว่าฝ่ายไทยต้องเลิกมองกัมพูชาด้วยสายตาเดิมๆ ภายใต้รัฐบาลกัมพูชารุ่นใหม่ที่พร้อมเจรจาบนกติกาสากล ไทยต้องเตรียมตัวให้มากกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งงานข่าวกรองเชิงลึกและการวิเคราะห์ "ตัวแสดงแทน" (Proxy) ที่อยู่เคียงข้างพนมเปญ
หากไทยพลาดท่าในชั้นเชิงกฎหมายหรืออ่านหมากของ "พี่เลี้ยง" ไม่ออก เราอาจไม่ได้เสียแค่โอกาสทางพลังงาน แต่กำลังเสียเปรียบในเชิงอธิปไตยทางกฎหมายสากลในระยะยาว... เพราะในศึกนี้ กัมพูชาไม่ได้เดินคนเดียว แต่มี "ยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย" คอยชี้แนะทุกฝีก้าว
เจาะลึกรายละเอียดเรื่อง "Hun Sen’s Super Ambassador"
#พื้นที่ทับซ้อน #ไทยกัมพูชา #OCA #UNCLOS #ญี่ปุ่น #ภูมิรัฐศาสตร์ #พลังงาน #อ่าวไทย #กฤษฎาบุญเรือง #ข่าวต่างประเทศ