เนชั่นทีวี

ข่าว

นายกฯ ดันแนวคิด 3R บนเวทีอาเซียน จับมือปราบสแกมเมอร์-รุกพลังงานสะอาด

09 พ.ค. 2569

นายกฯ ดันแนวคิด 3R บนเวทีอาเซียน จับมือปราบสแกมเมอร์-รุกพลังงานสะอาด

ไทยโชว์วิสัยทัศน์ 3R ในประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ชูธงปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ พร้อมหารือทวิภาคีฟิลิปปินส์ ยกระดับความมั่นคงทางอาหารและพลังงานสะอาด

9 พฤษภาคม 2569 จับตาบทบาทไทยบนเวทีโลกเมื่อ นายกอนุทิน นำทีมบุกฟิลิปปินส์ร่วมประชุมอาเซียนครั้งที่ 48 โชว์ยุทธศาสตร์ 3R กู้วิกฤตความผันผวน เร่งสปีดความร่วมมือภูมิภาคเพื่อถอนรากถอนโคนปัญหา ออนไลน์สแกม ที่ระบาดหนัก พร้อมชูประเด็น ความมั่นคงพลังงาน เป็นวาระเร่งด่วน เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาผู้นำฟิลิปปินส์พรุ่งนี้ มุ่งขยายฐาน พลังงานสะอาด เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของชาวไทยและ ASEAN2026 


นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสรุปภายหลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ เมือง เซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์


ทั้งนี้ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ได้เน้นย้ำ 3 ประเด็น คือ 1.ความจำเป็นที่อาเซียนจะปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และแสดงบทบาทเชิงรุกในฐานะองค์การระดับภูมิภาครักษาและส่งเสริมระเบียบระหว่างประเทศตามกติกาสากล 2.บทบาทและความสำคัญของความเป็นแกนกลางของอาเซียน รวมถึงความสำคัญของการกำหนด และแสดงจุดยืนร่วมในประเด็นที่มีผลกระทบต่อภูมิภาค


และ 3.การส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค เช่น การตอบสนองต่อสถานการณ์และความท้าทายรูปแบบใหม่ ๆ ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ปัญหาออนไลน์สแกม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน รวมถึงการติดตามสถานการณ์ในเมียนมาภายหลังการเลือกตั้ง

นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

 

ส่วนการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ซึ่งมีทั้งการประชุมเต็มคณะและการประชุมแบบไม่เป็นทางการ  นายกรัฐมนตรี กล่าวประเด็นสำคัญในการประชุมสุดยอดระดับผู้นำของอาเซียนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางไม่ใช่เพียงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เกิดความผันผวนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงได้นำเสนอแนวคิด 3R คือ


1.การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม (Regionalism) ซึ่งอาเซียนจะต้องหันมาให้ความสำคัญต่อประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาค 2.ความยืดหยุ่น (Resilience) ประเทศสมาชิกต้องยึดให้อาเซียนเป็นแกนกลางของนโยบายต่างประเทศ ขณะเดียวกันความยืดหยุ่นหมายถึงความสามารถในการบริหารจัดการความตึงเครียดด้วย และ 3.การรักษาบทบาทสำคัญของอาเซียนทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค (Relevance) อาเซียนต้องรักษาสถานะการเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจจากประชาคมระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำความจำเป็นของการส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน และการส่งเสริมความร่วมมือ เพื่อรองรับผลกระทบอื่นๆ จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ต่อประชาชนอาเซียน ซึ่งรวมถึงในเรื่องของความมั่นคงทางอาหาร โดยให้ความสำคัญเช่นกัน กับการปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือ ที่ยังคงเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ โดยย้ำว่าอาเซียนเคยเผชิญกับวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง จะสามารถก้าวผ่านได้ และเชื่อว่าอาเซียนจะสามารถรับมือกับความท้าทายนี้ได้ 



นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

 

สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ (9 พ.ค.) มีกำหนดการหารือทวิภาคีกับ นายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โดยประเด็นหารือร่วมกันของ 2 ประเทศ คือ เรื่องความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน รวมถึง การส่งเสริมและขยายความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด