svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทัพเรือ" แฉพฤติกรรมจีนเทาชาย แดน "ทมอดา" หลอกแรงงานต่างชาติ-บังคับทำสแกมเมอร์

19 ก.พ. 2569

ทร.แฉเครือข่ายจีนเทาชายแดนทมอดา หลอกลวง-กักตัวแรงงานต่างชาติ-บังคับทำสแกมเมอร์ ตรวจพบหลบหนีต่อเนื่อง ตอกย้ำภัยคุกคามข้ามชาติ ซัดเพื่อนบ้าน ปล่อยตั้งฐานปฏิบัติการ Cyber Scam

19 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ตรวจพบชาวต่างชาติหลบหนีออกจากชุมชนในฝั่งตรงข้ามบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษทมอดา ประเทศกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถจับกุมชาวเวียดนาม 6 ราย หลบหนีออกจากชุมชนชาวจีน ข้ามแนววางกำลังเข้ามา (Troop Deployment Line) 

โดยให้ข้อมูลว่าถูกหลอกลวงมากักขังและบังคับใช้แรงงาน เอกสารเดินทางถูกแก๊งชาวจีนยึดไว้ และต้องการเดินทางกลับประเทศ และเมื่อวานนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) จับกุมชาวจีนอีก 4 ราย หลบหนีออกจากพื้นที่เดียวกัน พร้อมให้ข้อมูลว่าถูกบังคับให้ทำงานในขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (Cyber Scam)

ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเบื้องต้น ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และการปฐมพยาบาลบาดแผลที่เกิดระหว่างการหลบหนี พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งขยายผลด้านการข่าวเพื่อตรวจสอบโครงสร้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป

โฆษกกองทัพเรือ ระบุอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องสะท้อนรูปแบบการหลอกลวง กักตัว และบังคับใช้แรงงานต่างชาติของกลุ่มธุรกิจสีเทาในพื้นที่ชายแดน ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ โดยกองทัพเรือจะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจและบูรณาการกับทุกหน่วยงานเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง


ซัดเพื่อนบ้าน ปล่อยอาชญากรรมข้ามชาติตั้งฐานปฏิบัติการ Cyber Scam

พล.ร.ต.ปารัช เปิดเผยว่า กองทัพเรือ ยังคงดำเนินการเชิงรุกในการปกป้องความมั่นคงของชาติและเสถียรภาพของภูมิภาค ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักความรับผิดชอบของรัฐ (State Responsibility) โดยมุ่งสกัดกั้นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยพื้นที่ชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cyber Scam) ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศทั่วโลก

โดยวานนี้ (18 ก.พ.69) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ตรวจพบและควบคุมตัวบุคคลลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จำนวน 6 คน ประกอบด้วย ชายสัญชาติจีน 5 คน และชายสัญชาติกัมพูชา 1 คน พร้อมอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมากผิดปกติ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 270 เครื่อง ซิมการ์ดจำนวนมาก และเงินสดหลายสกุล ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับการสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านเนินดินแดง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี 

จากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มบุคคลดังกล่าวให้การว่าเดินทางหลบหนีออกมาจากประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นที่รับรู้กันในระดับนานาชาติว่าเป็นแหล่งรวมกิจกรรมผิดกฎหมาย อาทิ ธุรกิจการพนันผิดกฎหมายและเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างอาชญากรรมที่อาศัย “พื้นที่รัฐ” เป็นฐานปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ

กองทัพเรือ ขอย้ำว่า ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐมีหน้าที่กำกับและไม่ยินยอมให้ดินแดนของตนถูกใช้เป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมข้ามชาติ การปล่อยให้กิจกรรมผิดกฎหมายดังกล่าวดำเนินอยู่โดยต่อเนื่อง ย่อมถือเป็นความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของการบังคับใช้กฎหมาย และกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคโดยรวม ปัญหา Cyber Scam ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการจัดการปลายเหตุ แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากรัฐต้นทาง รัฐทางผ่าน และรัฐปลายทาง บนพื้นฐานของความโปร่งใสและความรับผิดชอบร่วมกัน

“ยืนยันว่า การควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 และได้ส่งมอบผู้ถูกควบคุมตัวให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม จึงขอเรียกร้องให้กัมพูชาตระหนักว่า อาชญากรรมไซเบอร์เป็นภัยคุกคามร่วมของภูมิภาค หากยังปล่อยให้พื้นที่ของตนถูกใช้เป็นฐานอาชญากรรม ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามจากประชาคมระหว่างประเทศในฐานะผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าว” โฆษกกองทัพเรือ กล่าว