ภารกิจใหม่คนกรุง “เอาชีวิตรอดจากพระราม 2” บทเรียนที่คนไทยจำได้ “ไม่ลืม”
17 ก.พ. 2569
ภารกิจใหม่คนกรุง “เอาชีวิตรอดจากพระราม 2” บทเรียนที่คนไทยจำได้ “ไม่ลืม”
ข่าว
17 ก.พ. 2569
ภารกิจใหม่คนกรุง “เอาชีวิตรอดจากพระราม 2” บทเรียนที่คนไทยจำได้ “ไม่ลืม”
17 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte รู้สึกกังวลที่ Nonthaburi, Thailand ระบุว่า
ถนนพระราม 2 ไม่ใช่ถนนธรรมดา แต่คือเส้นเลือดหลักเชื่อมกรุงเทพฯ กับสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และภาคใต้ เป็นเส้นทางโลจิสติกส์ เส้นทางไปทำงานและไปเรียนหนังสือของคนจำนวนมาก อีกทั้ง สองข้างทางเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่
เมื่อถนนเส้นนี้สะดุด ย่อมส่งผลกระทบจาก “รถติด” เป็นวงกว้าง!
1. ทำไมต้องปิดยาว?
การปิดครั้งนี้เกิดจากการก่อสร้างของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) นั่นคือโครงการทางด่วนสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนตะวันตก ซึ่งต้องติดตั้งชิ้นส่วนสะพานเหนือถนนพระราม 2
มีการปิดช่องทางหลัก 2 ช่องจราจร ขาเข้าและขาออก (สามารถใช้ช่องทางหลักได้ 1 ช่องจราจร) ช่วงทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน เพื่อให้สามารถติดตั้งชิ้นส่วนสะพานได้อย่างปลอดภัย
เป้าหมายของทางด่วนสายนี้คือ เพิ่มประสิทธิภาพการจราจรระยะยาว ลดคอขวดการเดินทางสู่ภาคใต้ เพิ่มศักยภาพโลจิสติกส์ของประเทศ และรองรับการเติบโตของเมืองฝั่งตะวันตกกรุงเทพฯ ทางด่วนสายนี้จะเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 (M82) ซึ่งเป็นโครงการของกรมทางหลวง บริเวณทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน
2. กทพ. มีเจตนาดี
การติดตั้งชิ้นส่วนสะพานเหนือผิวจราจร ต้องลดความเสี่ยงต่อผู้ใช้ถนน กทพ.ระบุว่าจะดำเนินมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวดกวดขัน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดการก่อสร้าง
เพราะงานลักษณะนี้ ถ้าเกิดอุบัติเหตุ... เสี่ยงชีวิตทันที!
ผมเห็นด้วยที่ กทพ.ให้ความสำคัญต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้สัญจร ซึ่งที่ผ่านมาแทบไม่มีอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการของ กทพ. และเห็นใจผู้ที่ต้องสัญจรผ่านบริเวณนี้ รวมทั้งผู้ที่อยู่อาศัยและทำงานในพื้นที่นี้และบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างยิ่ง
นี่คือปัญหาระดับเมือง ไม่ใช่แค่ระดับถนน ประชาชนต้องปรับตัวเอง หลายคนต้องออกจากบ้านเร็วขึ้น 1-2 ชั่วโมง เปลี่ยนเส้นทาง และเปลี่ยนเวลานัดหมาย
การจราจรสะดุดส่งผลต่อเศรษฐกิจทันที เช่น ตลาดลูกค้าหาย ร้านค้าซบเซา การค้าชะลอตัว เมื่อปิดยาว 4 เดือน ผลกระทบทางเศรษฐกิจยิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
3. บทเรียนที่คนไทยจำได้ “ไม่ลืม”
ถนนพระราม 2 เป็นพื้นที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ต่อเนื่องมานานหลายปี และมีอุบัติเหตุจากงานก่อสร้างเกิดขึ้นหลายครั้ง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก มีการปิดถนนมาเป็นระยะๆ สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อยู่อาศัยและคนทำงานบริเวณถนนพระราม 2 อย่างมาก
เหตุเหล่านี้ทำให้การก่อสร้างส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จถูกเน้นเรื่องความปลอดภัยสูงสุด!
กล่าวง่ายๆ การปิดถนนครั้งนี้เป็นการลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ นี่เป็นเหตุผลที่ประชาชนเข้าใจได้ เพราะไม่มีใครอยากเห็นโศกนาฏกรรมจากงานก่อสร้างอีกแล้ว ประชาชนยอมรับความจำเป็นได้ แต่ยอมรับ “ความไม่มีประสิทธิภาพ” ได้ยาก
4. อาจยังไม่จบ!
การปิดถนนครั้งนี้อาจช่วยให้การก่อสร้างที่เหลืออยู่ไม่มากสำเร็จอย่างปลอดภัยในอีกไม่นาน แต่การก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ยังไม่สิ้นสุดเพียงแค่นี้ เพราะยังจะมีการขยายมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 (M82) จากบ้านแพ้วไปจนถึงแยกวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ระยะทาง 47.4 กม. ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี ก็ไม่รู้ว่าจะทำให้รถติดอย่างสาหัสสากรรจ์อีกหรือไม่
ถ้ามีการขยายการก่อสร้าง M82 รัฐต้องคิดว่าจะบริหารงานก่อสร้างอย่างไร? เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญความเสี่ยง หรือหาทาง “เอาชีวิตรอด” จากอุบัติเหตุเหมือนในอดีต
ในขณะเดียวกัน เราในฐานะประชาชนที่ต้องสัญจรบนถนนพระราม 2 ต้องช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรให้ “มีชีวิตรอด” จากอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ในอนาคต?
5. สรุป
ไม่มีใครปฏิเสธการพัฒนา ประชาชนเข้าใจเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และเข้าใจเรื่องความปลอดภัย แต่การพัฒนาที่ดีต้องไม่ผลักภาระให้ประชาชนฝ่ายเดียว รัฐจะต้องบริหารงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนด และมีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด เพราะการพัฒนาไม่ใช่เพียงสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้เสร็จ แต่จะต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กันไปด้วย
คำถามทิ้งท้าย... วันนี้รถติดกี่ชั่วโมง ใครหนักสุด? คนที่อยู่แถวนี้ เดือดร้อนแค่ไหน? ร้านค้า/ธุรกิจแถวพระราม 2 เป็นยังไงบ้าง? ใครเดือดร้อนเหมือนกันบ้าง? มีใครต้องปรับเวลาเพราะเรื่องนี้ไหม? เรื่องนี้ควรมีทางออกที่ดีกว่านี้ไหม?
ใครที่อยู่บริเวณนี้ หรือใครที่ใช้ถนนพระราม 2 เป็นประจำ ช่วยตอบหน่อย
