“นักกฎหมายใหญ่” ประเมินว่า ถ้าเกม “นิติสงคราม” ออกมาในทรงนี้ “บิ๊กโจ๊ก” มีโอกาสโดนคดีอีกเป็นสิบๆ เรื่อง และหากพิสูจน์ตัวเองไม่ได้ อาจโดนความผิดในลักษณะ “ทบต้นทบดอก” อีกเยอะทีเดียว
ผลที่จะเกิดตามมา นอกเหนือจากคดีความที่ยาวเป็นหางว่าว ก็คือ การตัดตอนไม่ให้มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งลูกน้องเก่า ลูกน้องปัจจุบัน รวมถึงผู้มีบารมีในแวดวงกระบวนการยุติธรรม และองค์กรอิสระ เพราะหากไปยืนข้าง “บิ๊กโจ๊ก” มีโอกาสโดนหางเลขไปด้วย
เท่ากับวันนี้ “บิ๊กโจ๊ก” แม้จะยังไม่โดนคดีถึงขั้นถูกหมายจับ ไม่ให้ประกัน หรือห้ามออกนอกประเทศ แต่สถานะของ “บิ๊กโจ๊ก” ก็เป็นลักษณะ “โลกกว้าง ทางแคบ” คือแทบไม่เหลือทางให้เดิน และกำลังต้องสู้อย่างเดียวดาย คนรอบข้างหายไป และเหลือน้อยลงทุกที ตอนจบของเรื่องนี้แทบไม่ต้องเดาว่าจะเป็นอย่างไร
ป.ป.ช.คืนสำนวน “สินบนทองคำ” เคราะห์ซ้ำ “บิ๊กโจ๊ก”
ล่าสุดคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็โดดหนี “บิ๊กโจ๊ก” คืนสำนวนคดีสินบนทองคำ ดูเผินๆ มีการอ้างกฎหมายให้ไปร้องประธานสภา เพื่อส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา ตั้ง “คณะไต่สวนอิสระ” เพื่อดำเนินการกับกรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกกล่าวหา โดยระบุว่า ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจดำเนินการได้
แต่การ “คืนสำนวน” เป็นการคืน “ทั้งสำนวน” ไม่ใช่แค่ส่วนของกรรมการ ป.ป.ช. แต่รวมถึง “บิ๊กโจ๊ก” ด้วย ฉะนั้นปัจจุบันพนักงานสอบสวนก็มีอำนาจเต็มในการดำเนินคดีเฉพาะส่วนของ “บิ๊กโจ๊ก” ในฐานะ “ผู้ให้ หรือเสนอจะให้สินบน” ซึ่งก็มีความผิดในตัวเองตั้งแต่เสนอแล้ว ไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าผู้รับ ได้รับสินบนหรือไม่ ซึ่งส่วนของผู้รับ ก็เดินหน้าร้องประธานสภาตามมาตรา 236 และ 237 ของรัฐธรรมนูญต่อไป
นี่คือจุดตายของ “บิ๊กโจ๊ก” จากนิติสงครามของจริง