svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายยื่น ผบ.ตร. เบรกคดี "สินบนทองคำ" ชี้ตำรวจไม่มีอำนาจสอบ

12 ม.ค. 2569

ทนาย "บิ๊กโจ๊ก" ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ทบทวนคดี "สินบนทองคำ" 246 บาท กรรมการ ป.ป.ช. ชี้ไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ - โต้ข่าวลือหนีออกนอกประเทศ

12 มกราคม 2569 นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจของ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาทบทวนอำนาจหน้าที่ในการรับคำกล่าวหา และดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงบุคคลอื่นที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับสินบนทองคำ 246 บาท 

นายสัญญาภัชระ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางมายื่นเรื่องให้คณะพนักงานสอบสวนทบทวนอำนาจหน้าที่นี้ โดยยืนยันว่าที่ดำเนินการมาทั้งหมดขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 

นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ

โดยชี้แจงในรายละเอียดว่า ตามอำนาจแล้ว ตำรวจไม่มีสิทธิ์ที่จะสอบสวนดำเนินคดี เนื่องจากมีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระเข้ามาเกี่ยวข้อง ตามกระบวนการแล้ว สภาผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิกวุฒิสภา และประชาชนผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งร้องเรียนรวมแล้วกว่า 20,000 รายชื่อ 

ผู้มีสิทธิเข้าชื่อเป็นผู้กล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง และการประกาศยุบสภาของรัฐบาล ทำให้อำนาจตกไปอยู่ที่วุฒิสภา เป็นผู้ทำหนังสือร้องเรียนไปถึงประธานวุฒิสภา เป็นผู้พิจารณาตามอำนาจ เห็นควรส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา พิจารณาตั้งคณะกรรมการพิจารณาคดี ซึ่งคดีนี้จะเข้าสู่อำนาจหน้าที่ของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงอยากขอความเป็นธรรม และขอให้ดำเนินการ 3 ข้อ คือ  

  1. ขอให้ปฏิบัติตามขั้นตอนและช่องทางที่กฎหมายบัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร และหลีกเลี่ยงข้อสงสัยว่ากระบวนการอาจไม่เป็นธรรม
  2. ขอให้รอผลพิจารณาวินิจฉัยเขตอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่ามีหรือไม่มีอำนาจรับคำกล่าวหา 
  3. ในระหว่างที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยในคดีนี้ ขอให้คณะพนักงานสอบสวนงดเว้นการดำเนินการใดๆ ในสาระของคดี ไม่ว่าจะเป็นการสืบสวนสอบสวน การออกคำสั่ง ขอออกหมายอาญา การให้ข่าวหรือแถลงข่าวที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

พร้อมยืนยันว่าการยื่นหนังสือในวันนี้ไม่ได้เป็นการประวิงเวลา แต่พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ต้องการให้ปฏิบัติตามขั้นตอนและช่องทางที่กฎหมายบัญญัติเอาไว้ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อำนาจของพนักงานสอบสวนมีอำนาจแยกผู้ถูกกล่าวหา ดำเนินคดีตามกฎหมายได้หรือไม่ นายสัญญาภัชระ ยืนยันว่าตามกฎหมายกำหนดไม่สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดจะต้องเข้าสู่กระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดเอาไว้ แต่หาก ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว คืนสำนวนให้กับตำรวจ โดยไม่ส่งให้กับประธานวุฒิสภา อำนาจของพนักงานสอบสวนที่ดำเนินการมาทั้งหมด ก็ต้องยุติหรือถือว่าเป็นโมฆะเลยหรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม ทนายยืนยันว่า บทกฎหมายกำหนดเอาไว้อย่างนั้น เพราะฉะนั้นพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจ จะสอบสวนดำเนินคดีดังกล่าว 

ส่วนกระแสข่าวที่ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล พยายามหลบหนีออกนอกประเทศนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าใช้ชีวิตเป็นไปตามปกติ และการเดินหน้าเรียกร้องให้พนักงานสอบสวนหรือป.ป.ช. ทบทวนการพิจารณาคดี ในขณะนี้ไม่ใช่ทางออกสุดท้าย แต่เป็นเพียงข้อต่อสู้ตามกฎหมาย