เปิดยอดค่ารื้อ สน.สามเสน ไม่รวมสร้างใหม่ งานนี้ต้องจ่ายกี่บาท?
04 ต.ค. 2568
เปิดยอดค่าใช้จ่าย รื้อ สน.สามเสน ที่เสี่ยงถล่มจากเหตุหลุมยุบ ไม่รวมมูลค่าสร้างใหม่ งานนี้ผู้รับผิดชอบต้องจ่ายกี่บาท ใครต้องควักกระเป๋า พร้อมสภาพล่าสุด
ข่าว
04 ต.ค. 2568
เปิดยอดค่าใช้จ่าย รื้อ สน.สามเสน ที่เสี่ยงถล่มจากเหตุหลุมยุบ ไม่รวมมูลค่าสร้างใหม่ งานนี้ผู้รับผิดชอบต้องจ่ายกี่บาท ใครต้องควักกระเป๋า พร้อมสภาพล่าสุด
4 ตุลาคม 2568 ความคืบหน้าเหตุหลุมยุบ ถนนสามเสน หน้าวชิรพยาบาล ในส่วนความเสียหายต่อ สน.สามเสน หลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้รื้อ สน.สามเสน เพื่อความปลอดภัย โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่และประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมเปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมระหว่างตำรวจ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรมโยธาธิการ กทม. และผู้รับเหมา มีมติให้ รื้อถอนอาคารสถานีตำรวจสามเสนทันที เนื่องจากมีความเสี่ยงถล่ม และไม่คุ้มค่าการซ่อมแซม โดยค่าใช้จ่ายกว่า 40 ล้านบาท รฟม. และผู้รับเหมาจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
นายชัชชาติ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้แม้จะมีการถมทรายกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตร และซ่อมเสริมเข็มใต้ฐานอาคาร แต่ยังพบการทรุดตัวและรอยร้าวเพิ่มเติม โดยเฉพาะเสาที่ 3 และ 5 ของอาคารที่เสียหายต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายวิศวกรรมประเมินว่า หากไม่รื้อถอน จะเสี่ยงอาคารพังลงมาระหว่างการแก้ไข จึงต้องเร่งดำเนินการเพื่อความปลอดภัย
รวมถึงได้สั่งการเร่งด่วน 6 ประเด็น คือ
1. เคลื่อนย้ายรถยนต์จาก สน.สามเสนกว่า 30 คัน และเจาะกำแพงด้านหลังอาคาร
2. รื้อถอนบางส่วน โดยเริ่มจากฝั่งขวาที่มีความเสี่ยง เพื่อลดน้ำหนัก
3. เสริมความมั่นคงฝั่งถนนสามเสนติดแยกวชิระ ป้องกันดินสไลด์
4. เสริมความแข็งแรงอุโมงค์ใต้ดิน
5. เฝ้าติดตามสภาพแฟลตตำรวจ
6. ตรวจสอบความมั่นคงอาคารโรงพยาบาลวชิระ
นายชัชชาติ กล่าวว่า การรื้อถอนจะทำแบบแยกชิ้นส่วนเพื่อนำออกนอกพื้นที่ โดยจะไม่กองเก็บวัสดุในจุดก่อสร้าง และแม้การจราจรย่านดังกล่าวไม่วิกฤตเพราะโรงเรียนปิด แต่การเปิดผิวจราจรจากเดิมที่คาดว่า จะแล้วเสร็จวันที่ 9 ตุลาคม ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
สำหรับอาคารโดยรอบ เช่น แฟลตตำรวจ บ้านเรือนประชาชน และโรงพยาบาลวชิระ เบื้องต้นยังปลอดภัย มีการติดตั้งเครื่องมอนิเตอร์และเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำไว้รับมือฝนตกหนัก เพื่อไม่ให้กระทบการทำงาน
ด้าน นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการ รฟม. ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุความเสียหายได้อย่างเป็นทางการ ต้องรอให้การกู้พื้นที่ และป้องกันการขยายผลกระทบเสร็จก่อน จึงจะพิจารณาหาสาเหตุ และผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อไป
