จนกระทั่งวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 14.30 น. ความอดทนของเจ้าหน้าที่ก็บรรลุผล หลังเจ้าหน้าที่พบบุคคลต่างด้าวรายหนึ่ง มีตำหนิรูปพรรณตรงกับที่สายลับให้ข้อมูล เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว และแสดงบัตรประจำตัวขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง คนต่างด้าวซึ่งพยายามสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ด้วยภาษาจีน ให้การในเบื้องต้นว่า ตนไม่ใช่คนจีน และหนังสือเดินทางของตนหาย
ต่อมาให้การกลับไปมาว่าจริงๆแล้ว ตนเป็นคนสัญชาติ วานูอาตู พร้อมแสดงรูปถ่ายหนังสือเดินทางวานูอาตู เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้ถูกจับชื่อ นาย ตู้หนาน อายุ 30ปี สัญชาติวานูอาทูประเภทวีซ่านักท่องเที่ยว (60วัน) ปัจจุบันการอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับให้ทราบแล้ว และได้แจ้งให้ทราบถึงการถูกจับกุมแล้วจากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ถูกจับทำบันทึกจับกุมส่ง พงส.ดำเนินคดีตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเกี่ยวกับหนังสือเดินทางวานูอาตู ที่นายจางเหว่ย อ้างว่าทำหายไป เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานข้อมูลกับองค์กร บังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ จนได้ข้อมูลยืนยันว่า บุคคลต่างด้าวรายดังกล่าว เป็นบุคคลเดียวกับนายจางเหว่ย (นามสมมติ) บุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน ที่ก่อนหน้านี้ช่วงปี 2567 ได้ร่วมกับพวก ก่อคดียักยอกเงินจากบริษัทก่อสร้างชื่อดังในมณฑลซานตง ที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,400 ล้านหยวน หรือประมาณ 11,000 ล้านบาท จึงได้ใช้ระบบตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ไบโอเมตริกซ์ ตรวจเปรียบเทียบ ผลการตรวจสอบพบเป็นบุคคลเดียวกันจริง ซึ่ง สตม.จะได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อนำตัวนายจางเหว่ยไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม. ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่อง มาจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง และระบบไบโอเมตริกซ์ เป็นเครื่องมือช่วยเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน รวมไปถึงเบาะแสสำคัญ จากการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวเข้ามาในระบบของพี่น้องประชาชน จนนำไปสู่ความสัมฤทธิ์ผลในการจับกุม คนร้ายข้ามชาติรายสำคัญที่หลบหนีคดี และใช้ประเทศไทยเป็นที่ซ่อนตัว
และขอฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผ่านผู้สื่อข่าวว่า การแจ้งที่พักอาศัยต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกรณีคนต่างด้าวเข้ามาพักอาศัย เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองดูแลเคหสถาน รวมไปถึงผู้จัดการโรงแรม จะต้องตระหนักและให้ความสำคัญ นอกจากนี้หากพี่น้องประชาชนท่านใด พบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง หรือที่สายด่วนหมายเลข 1178 ตลอด 24 ชม.