โดยผู้เสียหายจ่ายค่าเล่าเรียน 500,000 บาท และอ้างว่ามีค่าใช้จ่ายจิปาถะอีกรวมแล้วกว่า 500,000 บาท และในเวลา 13.30 น. จะพาผู้เสียหายไปร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชมงคลดังกล่าว ในข้อหา "ฉ้อโกงประชาชน" ต่อผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่กองปราบ ในการนี้มีผู้เสียหายบางส่วนได้แจ้งความแล้ว และจะขอให้พิจารณาโอนคดีมาที่ตำรวจสอบสวนกลางทั้งหมด
จากนั้นเวลา 13.30 น. อ.อ๊อด และผู้เสียหาย ได้เดินทางไปที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อร้องกล่าวโทษผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชมงคลแห่งหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกง ต่อผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการนี้มีผู้เสียหายบางส่วน ได้แจ้งความไว้ล่วงหน้าแล้ว ก็จะขอพิจารณาให้โอนคดีมาที่ตำรวจสอบสวนกลางทั้งหมด
รศ.ดร.วีรชัย กล่าวว่า เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าว มีการโฆษณาเชิญชวนเกินจริงทางสื่อต่างๆ ให้ประชาชนหลงเชื่อมาลงทะเบียนเรียน ซึ่งมีนักศึกษารวมตัวกันได้ประมาณ 20 คน มาร้องเรียนและประสานมาที่ตน ซึ่งได้พาเดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ รมว.อว.ให้ตรวจสอบกรณีที่ไปเรียนแล้วไม่ได้รับวุฒิเอียซ่า หรือใบรับรองมาตรฐานยุโรป ตามที่โฆษณาไว้ แต่ได้เพียงใบรับรองจากบริษัทที่มาจัดหลักสูตร ทำให้นำไปใช้สมัครเข้าทำงานยาก
โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่ เมื่อทราบว่าหลักสูตรไม่เป็นไปตามที่โฆษณา จึงลาออกกลางคัน และพยายามขอเงินคืน แต่กลับถูกข่มขู่ ขณะที่บางส่วนก็เรียนจนจบ แต่วุฒิที่ได้ นำไปใช้สมัครเข้าทำงานไม่ได้ ต้องไปเรียนหลักสูตรที่อื่นเพิ่มเติมอีก โดยค่าเทอมของหลักสูตรนี้อยู่ที่ประมาณ 5 แสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายจากกลุ่มนักศึกษาที่รวมตัวกันตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาทแล้ว
ซึ่งหนึ่งในผู้เสียหายได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ แต่รู้สึกว่ามีความไม่ชอบมาพากล เพราะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย สนิทสนมกับตำรวจ วันนี้จึงเดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อจะขอให้โอนคดีมาที่นี่
รศ.ดร.วีรชัย ยังได้เปิดคลิปเสียง ที่เป็นการพูดคุยกันของผู้บริหารมหาวิทยาลัย หลังจากมีกลุ่มนักศึกษารวมตัวกันมาลาออก โดยในคลิปเสียงจะเห็นว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์ อธิการบดี มีการบอกว่า “ฝรั่งจะแฉทั้งหมดว่า ใครเรียกรับเงินไปบ้าง” หมายถึงว่า หลักสูตรนี้ถูกซื้อแฟรนไชส์ จากบริษัทของประเทศเยอรมนี ซึ่งเมื่อผู้เสียหายจ่ายเงินค่าเรียนให้กับมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยก็จะนำไปจ่ายให้บริษัทนี้ และมีเงินทอนกลับมาที่อาจารย์ประจำหลักสูตร
คุณเอ ผู้เสียหายที่ได้ไปแจ้งความไว้ว่า สน.ทุ่งมหาเมฆ บอกว่า ตนได้ไปแจ้งความไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังเป็นข่าว ทางสารวัตรที่รับผิดชอบคดี ได้โทรศัพท์มาและเร่งรัดให้ตนไปพบที่สถานีตำรวจ แต่ตนได้ยินเสียงปลายสายว่า มีคนที่สั่งสารวัตรอีกที โดยได้ยินว่า “ให้เรียกมันมาให้ได้” ทำให้ตนขาดความเชื่อมั่นกับตำรวจพื้นที่ และต้องการให้ย้ายคดีมาที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
ส่วนผู้เสียหายอีกราย บอกว่า ที่มาร้องเรียนเพราะหวังจะได้รับเงินค่าหลักสูตรคืน เพราะไปเรียนแล้วไม่ได้เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ตั้งแต่แรก ที่การันตีว่ามีงานทำในสายการบินยุโรปแน่นอน ซึ่งตอนนั้นครอบครัวก็ได้เสียสละเงินที่จะผ่าตัดรักษาพ่อ เพื่อมาจ่ายค่าเรียนให้ตน เพราะหวังว่าจบไปแล้วจะมีงานทำ มีเงินเดือนสูง มาดูแลครอบครัวได้ แต่ก็ต้องผิดหวัง