3. ให้ไต่สวนให้ได้ความว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ถึงที่ 8 (ผู้ถูกกล่าวอ้างเป็นเจ้าของเงินของกลาง) ในคดีนี้ไม่เป็นความผิดตามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 (ฐานให้สินบน) ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ 2561 มาตรา 176 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ตามที่คณะกก.ป.ป.ช มีมติชี้มูล
4.ประเด็นอื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
นอกจากสำนวนคดีนี้แล้ว ในส่วนซองเงินอื่นๆ ที่เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นจับกุมได้ตรวจยึดไว้ในห้องทำงานของนายรัชฎา ทาง ป.ป.ช.ได้ไต่สวนแยกสำนวนนายรัชฎากับพวกรวม 12 คน ออกไปอีกหนึ่งคดี ซึ่งที่ผ่านมามีมติชี้มูล แต่อัยการสูงสุดได้พิจารณาสำนวนแล้ว แจ้งข้อไม่สมบูรณ์พอที่จะดำเนินคดีได้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคดีนี้เช่นกันเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า กรณีเมื่อมีความเห็นระหว่างอัยการสูงสุดและ ป.ป.ช ต่างกัน เช่นนี้ จึงต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมทั้งสองฝ่ายขึ้นมา เพื่อพิจารณาไต่สวนข้อไม่สมบูรณ์ร่วมกันต่อไป ซึ่งถ้าหากไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ อัยการสูงสุดจะสั่งคืนสำนวนทั้งหมดให้ ป.ป.ช. เพื่อให้ ป.ป.ช.พิจารณาว่าจะยื่นฟ้องร้องคดีนี้ต่อไปเองหรือไม่