เนชั่นทีวี

ข่าว

ชาวบ้านทับลานยื่นสอบสวนกลางเอาผิด 157 เจ้าหน้าที่ อช.ทับลาน บิดเบือนข้อมูล

22 ส.ค. 2567 | titayu_pur

ชาวบ้านทับลานยื่นสอบสวนกลางเอาผิด 157 เจ้าหน้าที่ อช.ทับลาน บิดเบือนข้อมูล

อย่าลืมเรื่องทับลาน! ชาวบ้านทับลานรวมตัว ยื่นตำรวจสอบสวนกลางเอาผิดมาตรา 157 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน บิดเบือนข้อมูลกระบวนการรับฟังความเห็น ในการเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ ทำให้ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อน

22 สิงหาคม 2567 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตัวแทนชาวบ้าน 5 อำเภอ ใน จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี  ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ดำเนินการตรวจสสอบและเอาผิดตามมาตรา 157 กรณีอุทยานฯ ดำเนินกระบวนการรับฟังความเห็นในการเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ ไม่เป็นไปตามระเบียบและไม่เป็นธรรม  พร้อมให้เอาผิดเจ้าหน้าที่ให้ข่าวบิดเบือนต่อสังคม ส่งผลกระทบความเดือดร้อนต่อชาวบ้าน 

ตัวแทนชาวบ้าน 5 อำเภอ ใน จ.นครราชสีมา และปราจีนบุรี ซึ่งอ้างว่า เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน ทับซ้อนพื้นที่ทำกินที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี 2524 จำนวน 97หมู่บ้าน 15 ตำบล ประชากรกว่า  40,000 คน ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ดำเนินการตรวจสสอบ เพื่อเอาผิดตามมาตรา 157 กรณีอุทยานฯ ดำเนินกระบวนการรับฟังความเห็นในการเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ ไม่เป็นไปตามระเบียบและไม่เป็นธรรม พร้อมให้เอาผิดเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งให้ข่าวบิดเบือนต่อสังคม ส่งผลกระทบความเดือดร้อนต่อชาวบ้าน
ตัวแทนชาวบ้าน 5 อำเภอ ใน จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี  
 

ชาวบ้านย้ำว่า การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกําหนดอุทยานแห่งชาติทับลาน จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดสระแก้ว ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มี.ค.66 ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะการดําเนินกระบวนการรับฟังความคิดเห็นโดยมิชอบ เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้องและประชาชนในการกําหนดพื้นที่ การขยายและการเพิกถอนฯ พ.ศ. 2564 ข้อ 4 (6)
ชาวบ้านทับลานยื่นสอบสวนกลางเอาผิด 157 เจ้าหน้าที่ อช.ทับลาน บิดเบือนข้อมูล
 

นอกจากนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ผู้มีอํานาจในการบังคับใช้กฎหมาย และต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในภาพรวมของประเทศ ให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนในพื้นที่ ที่ดําเนินการเพิกถอนตามประกาศ ทําให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดในสาระสําคัญว่า เป็นการประกาศเพิกถอนพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในความเป็นจริงเป็นพื้นที่ที่ประชาชนอยู่อาศัยมาก่อนการประกาศอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะได้มีการดําเนินการตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องจนเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน 

และในการจัดรับฟังความคิดเห็น ไม่มีหน่วยงานที่มีความเป็นกลาง มาร่วมดําเนินการรับฟังความคิดเห็นด้วย ประกอบกับ เจ้าหน้าที่กระทําการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีพฤติการณ์เข้าแทรกแซงกระบวนการรับฟังความเห็น โดยเห็นได้จากการให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน จนปลุกปั่นให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดต่อข้อมูลที่แท้จริงในพื้นที่ ซึ่งควรต้องดําเนินคดีแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

จากนั้นตัวแทนชาวบ้าน ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช.ต่อไป
ตัวแทนชาวบ้าน 5 อำเภอ ใน จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี
 

ข่าวล่าสุด