นอกจากนี้นายพูนศักดิ์ และคณะกรรมาธิการได้รับหนังสือจากสมาคมอุทยานแห่งชาติ เครือข่ายพันธมิตรสิ่งแวดล้อม และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ถึงการแสดงข้อห่วงใยต่อกรณีการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานด้วยนำโดย
นายภานุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า คทช. มีการบริหารจัดการพื้นที่ใหม่ มีการเพิกถอนเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ออกไป 265, 000 ไร่ ซึ่งมีข้อกังวลว่ากลไกในการแก้ไขปัญหาดำเนินการโดยคณะกรรมการอุทยาน ซึ่งมีกฎหมายอย่างชัดเจนแต่ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา กลับมีความพยายาม ให้สคทช.เป็นผู้ดำเนินการ ใช้กลไกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2566 ในการเพิกถอนพื้นที่ จึงอยากให้กรรมาธิการช่วยตรวจสอบ ขณะเดียวกันพบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีประชากรที่มีความหลากหลายทางปัญหา ไม่ควรนำรวมเหมาเข่ง ใช้วิธีการเพิกถอนในลักษณะเดียวกัน พร้อมกับย้ำว่า ไม่อยากให้เป็นกรณีตัวอย่างไปใช้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อื่น จึงอยากให้มีการตรวจสอบเพื่อเป็นแนวทางต่อไป
ขณะที่นายพสิษฐ์ เอี่ยวพานิชย์ นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า การยื่นหนังสือคัดค้านไม่เห็นด้วยปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื่องจากการสำรวจในปี 2543 ใน 3 กลุ่มใหญ่ มีการสำรวจรังวัดและเยียวยาด้วยมาตรา 64 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากมีการออกโฉนดให้อาจจะขายที่ดินให้กับกลุ่มนายทุนและบุกรุกพื้นที่ป่าไปเรื่อยๆ รวมถึงต้องพิสูจน์สิทธิ์ ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ยาก พร้อมย้ำว่าขออย่าเหมาเข่ง ปัจจุบันไทยมีพื้นทีีป่าอนุรักษ์อยู่ 101 ล้านไร่ หากเราต้องเสียที่ดินปีละ 300,000 ไร่ เราอยู่ไม่ได้ และอุทยานแห่งชาติทับลานถือเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก มีการเพิกถอนจะถูกตีแผ่ขยายไปทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว
ขณะที่ตัวแทนเครือข่ายพันธมิตรสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขอให้มีการตรวจสอบสิทธิ์ที่ดินทำกินในพื้นที่ตรงตามกับวัตถุประสงค์หรือไม่ สามารถดำเนินการให้มีการใช้พื้นที่อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงต้องไม่มีการแทรกแซงจากกลุ่มทุน