เนชั่นทีวี

ข่าว

กมธ.ฟอกเงิน เผยผลสอบคดีฉ้อโกงหุ้นสตาร์ค ชี้ จนท.รัฐ มีพฤติกรรมเกียร์ว่าง

14 ส.ค. 2567

กมธ.ฟอกเงิน เผยผลสอบคดีฉ้อโกงหุ้นสตาร์ค ชี้ จนท.รัฐ มีพฤติกรรมเกียร์ว่าง

กมธ.ฟอกเงิน เผยผลสอบคดีฉ้อโกงหุ้นสตาร์ค ชี้ จนท. รัฐเกียร์ว่าง ดำเนินการล่าช้า ไม่สอบคน-เส้นทางเงินเกี่ยวข้อง ทั้งที่คดีนี้ สร้างความเสียหายให้ประชาชนกว่า 14,000 ล้าน

14 สิงหาคม 2567 ที่รัฐสภา นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร  แถลงสรุปผลการทำงานของ คณะอนุกรรมาธิการติดตามและศึกษาคดีฉ้อโกง บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ว่า ทางอนุ กมธ. ได้ศึกษาและทำจัดรายงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และส่งให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณา 
 นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย
 

เนื่องจากเป็นคดีฉ้อโกงประชาชนที่มีความเสียหายประมาณ 14,778 ล้านบาท ผู้เสียหายผู้เสียหายที่เป็นผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4,692 ราย และผู้ลงทุนสถาบัน 12 ราย แต่อัยการสั่งฟ้องบุคคลและนิติบุคคล รวมเพียง 11 ราย แต่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง นายชินวัฒน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหาร บริษัท สตาร์ค โดยกันไว้เป็นพยานทุกกรณี

ทำให้ อนุ กมธ. ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่สั่งฟ้อง ทั้งที่มีการเข้าไปเทคโอเวอร์ บริษัท เอ็มพิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (มหาชน) ของนักร้องชื่อย่อ ข. แต่ปรากฏมีการเปลี่ยนมือให้นักร้องคนนี้ ไปซื้อหุ้นแทนมูลค่า 650 ล้านบาท โดยไม่มีการตรวจสอบที่มา หรือพยานแต่อย่างใด ทั้งนี้ ปปง. แจ้งว่า จะดำเนินการตรวจสอบเงินดังกล่าว แต่ไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าได้ดำเนินการไปแล้วหรือไม่ 
กมธ.ฟอกเงิน เผยผลสอบคดีฉ้อโกงหุ้นสตาร์ค ชี้ จนท.รัฐ มีพฤติกรรมเกียร์ว่าง
 

นายเลิศศักดิ์ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า เหตุใดสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ไม่ทราบว่า มีการปั่นหุ้นหรือไม่ ทั้งที่คดีนี้ล่วงเลยมานานแล้ว และความเสียหายให้กับประชาชน หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับไม่ทราบว่า มีการกระทำความผิด รวมถึงการสอบสวนเส้นทางการเงินที่มีความเชื่อมโยงกับผู้กระทำความผิด

ซี่ง ดีเอสไอ และ ปปง. ต้องเน้นเรื่องนี้ หากไม่มีเส้นทางการเงินถึงกัน ก็จะพิจารณาว่าบุคคลเหล่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ซึ่งไม่น่าจะใช่วิธีการตรวจสอบทรัพย์สินในคดีฟอกเงิน ดังนั้นจึงเห็นว่า การดำเนินคดีไม่ควรเน้นเรื่องไม่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันเพียงอย่างเดียว แต่ควรเน้นถึงความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
ผู้เสียหายคดีหุ้นสตาร์ค

นอกจากนี้ ดีเอสไอ และ ปปง. ไม่ได้ดำเนินคดีหรือแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องกับการทำความผิด ในข้อหาพยายาม หรือสมคบ หรือสนับสนุนการฟอกเงิน แม้ข้อเท็จจริงเป็นที่เข้าใจได้ว่าในการกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวต้องมีการเตรียมการกระทำความผิดมาเป็นอย่างดี แต่ไม่ได้สอบสวนในพฤติกรรมของการทำความผิด หรือมีการดำเนินการกับทรัพย์สิน เช่น ยึด หรือ อายัดทรัพย์สิน ดังนั้นหากหน่วยงานรัฐยังไม่ดำเนินการออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม ทาง กมธ. ก็จะเข้าไปติดตามตรวจสอบในเรื่องนี้อีก
ผู้เสียหายคดีหุ้นสตาร์ค