พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ส่วนความเสียหายที่มีมูลค่ากว่า 1.47 หมื่นล้านบาท จากผู้เสียหาย 4,072 ราย ทั้งที่เป็นสถาบันการเงิน, นักลงทุนรายย่อย และผู้ถือหุ้นกู้ ยังมีกลุ่มฟอกเงิน ที่ดีเอสไอ ยังต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงใคร ซึ่งจะแยกต่างหากซึ่งกระทรวงยุติธรรมจะต้องสร้างความเขื่อมั่น สร้างความมั่นใจแก่ตลาดเงิน ตลาดทุน ที่จะพยายามยกระดับหลักนิติธรรม
ทั้งนี้ นายชนินทร์ ยังให้การปฏิเสธ และขอแก้คำให้การที่เกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินที่ได้มา ซึ่งในการสืบสวนสอบสวนพบเส้นทางการเงินถึงนายชนินทร์ไม่มาก แต่ไปถึงบุคคล ซึ่งเป็นเลขาฯ และบุคคลอื่นเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเครียดของผู้ต้องหา หลังมีการอ้างการถูกข่มขู่ผู้ต้องหา พ.ต.อ.ทวี กล่าวยอมรับว่า จากการพูดคุยนายชนินทร์ มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเจ้าตัวยังให้ความร่วมมือและได้แจ้งกับพนักงานสอบสวนว่า มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับช่องท้อง โดยกรณีนี้ถือเป็นคดีใหญ่ ที่การควบคุมตามหลักการ ดีเอสไอจะต้องประสานกรมการแพทย์เพื่อให้แพทย์เข้าตรวจร่างกาย ทั้งนี้ ทราบว่านายชนินทร์ มีประวัติการการรักษาก่อนหน้านี้ด้วย
พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า การติดตามผู้ต้องหา เรารู้สถานที่ แต่จะมีการซุกซ่อนทรัพย์สินหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะการจับกุม ยังไม่พบทรัพย์สินใดๆ ติดตัวผู้ต้องหา จึงต้องขยายผลหาทรัพย์สินที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินด้วย ซึ่งคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
ทั้งนี้ จากคดีที่มีผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน ขณะนี้จับกุมครบทุกคนแล้ว และยังไม่มีใครได้รับการประกันตัว ซึ่งจากนี้ จะเป็นกระบวนการในชั้นศาล โดยจะเริ่มพิจารณาในวันที่ 14 ม.ค. 68 ส่วนเรื่องการเฉลี่ยทรัพย์สินคืนผู้เสียหาย ทราบว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถติดตามกลับมาได้แล้ว 3 พันล้านบาท แต่คดีนี้มีมูลค่าความเสียหายถึง 1.47 หมื่นล้านบาท จึงยังต้องติดตามทรัพย์กลับคืนมาให้ได้มากที่สุด