นายวัชรินทร์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางไปสำรวจจุดจับกุมในวันนี้เนื่องจากต้องการความชัดเจน ว่าตรงกับที่ระบุในสำนวนตำรวจหรือไม่ และสามารถจะเอาผิดในข้อหาตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และสรรพสามิต ฐานพยายามนำน้ำมันเถื่อนเข้ามาในประเทศไทยได้หรือไม่ เพื่อป้องกันข้อต่อสู้ทางกฎหมายที่ทางฝั่งของผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องของจุดจับกุมที่อ้างว่าตำรวจไม่สามารถดำเนินคดีได้ แต่ถ้าในกรณีจุดจับกุมอยู่ในน่านน้ำสากลจริง ทางกฎหมายก็สามารถที่จะหาหลักฐานในส่วนอื่นๆ
เช่นหลักฐานจากฝั่งไทยว่ามีความพยายามที่จะประสานงานหรือติดต่อขายน้ำมันเถื่อนในประเทศไทย ซึ่งยังเป็นสิ่งที่พนักงานสอบสวนของตำรวจและเจ้าหน้าที่อัยการต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไปว่าผู้ถูกกล่าวหามีความพยายามจะนำน้ำมันเถื่อนเข้ามาขายในประเทศไทยหรือไม่ ส่วนพฤติกรรมที่พบว่าเรือ 1 ใน 5 ลำเป็นเรือที่มีสัญชาติไทยอยู่ด้วย และพบว่าเรือทั้ง 5 ลำได้ทำการชักธงไทยในน่านน้ำสากลสามารถเอาผิดได้ แต่เป็นเพียงข้อหาการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.เดินเรือซึ่งไม่ใช่ข้อหาหลัก