ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการได้รับจัดสรรงบประมาณงบดำเนินงาน ค่าวัสดุน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับงานสายตรวจของสถานีตำรวจทั่วประเทศมีจำกัด ไม่เพียงพอกับการปฏิบัติงานจริง และรถจักรยานยนต์สายตรวจคันเดิม มีขนาดเครื่องยนต์ 286 ซีซี ซึ่งมีขนาดใหญ่และสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่ารถจักรยานยนต์ขนาดทั่วไปที่นิยมใช้ทั่วไปในท้องตลาด คือ เครื่องยนต์ ขนาด 150-160 ซีซี ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตรถจักรยานยนต์ได้มีการพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้มีขนาดเล็กลง มีกำลังและสมรรถะสูงขึ้นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น ขับขี่ได้สะดวกมากขึ้น สามารถรองรับผู้ขับขี่และผู้นั่งช้อนท้ายของการปฏิบัติงานสายตรวจได้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดทำโครงการจัดหารถจักรยานยนต์งานสายตรวจพร้อมอุปกรณ์ทดแทนรถจักรยานยนต์เดิมที่หมดอายุการใช้งาน และได้ตั้งคำของบประมาณประจำปีไว้และได้รับจัดสรรงบประมาณตาม พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2567 - พ.ศ.2568 เพื่อจัดซื้อรถจักรยานยนต์ พร้อมอุปกรณ์ดังกล่าว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของรถจักรยานยนต์พร้อมไฟกระพริบสีแดง, หมวกนิรภัยตามมาตรฐานอุตสาหกรรม จำนวน 2 ใบ/คัน และกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวและเสียง แบบติดบนตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 2 ชุด/คัน เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่งานสายตรวจของสถานีตำรวจทั่วประเทศ โดยมีรายเอียดตามเอกสารที่แนบ (ผนวก ก.- ผนวก ค.) และกำหนดแผนจัดสรร และสถานที่ส่งมอบรถจักรยานยนต์พร้อมอุปกรณ์ให้กับหน่วยต่างๆ ตามเอกสารที่แนบ (ผนวก ง.)
วัตถุประสงค์ จัดหารถจักรยานยนต์ พร้อมอุปกรณ์ (ทดแทน) จำนวน 14,442 คัน ให้กับสถานีตำรวจทั่วประเทศ จำนวน 1,484 สถานี ในพื้นที่ 77 จังหวัด ทั่วประเทศ ไว้ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่งานสายตรวจ และเป็นรถจักรยานยนต์รุ่นที่มีผลิตและขายในปัจจุบัน มีศูนย์บริการมาตรฐานรองรับการประกันและการซ่อมบำรุงทั่วทั้ง 77 จังหวัด ทั่วประเทศ เพื่อทดแทนรถจักรยานยนต์สายตรวจพร้อมอุปกรณ์เดิม ที่ มีอายุการใช้งานเกินกว่า 7 ปี ให้สามารถปฏิบัติงานสายตรวจในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดซื้อรถจักรยานยนต์งานสายตรวจ พร้อมอุปกรณ์ (ทดแทน) จำนวน 14,442 คัน ในครั้งนี้ภายในวงเงินทั้งสิ้น 1,884,007,040.00 บาท (หนึ่งพันแปดร้อยแปดสิบสี่ล้านเจ็ดพันสี่สิบบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจากเงินผูกพันงบประมาณ 2 ปี จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2567 - พ.ศ. 2568 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดสีรถจักรยานยนต์สายตรวจมาตรฐาน ให้ใช้สีแดงเลือดหมู และกำหนดให้ติดตั้งสัญญานไฟกระพริบ LED สีแดง บริเวณด้านหน้าและด้านหลัง ซ้าย-ขวา
และกำหนดให้หมวกนิรภัยสำหรับงานสายตรวจ เป็นชนิดครึ่งใบสีทองตามมาตรฐานอุตสาหกรรมที่กำหนด และมีตราหน้าหมวกเป็นตราแผ่นดินสีเงินซึ่งรถจักรยานยนต์และหมวกนิรภัย ไม่ได้เป็นสีและรุ่นที่ผลิตขายทั่วไปในท้องตลาด โดยผู้ผลิตจำเป็นจะต้องปรับสายการผลิตของโรงงานเพื่อผลิตเป็นการเฉพาะให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
รวมทั้งได้กำหนดให้ผู้ขายจะต้องทำการส่งมอบรถจักรยานยนต์พร้อมอุปกรณ์ให้กับทางราชการ ณ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และตำรวจภูธรจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ และการจัดซื้อครั้งนี้มีวงเงินสูง รวมทั้งผู้ขายจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นในการเตรียมการและวางแผนการดำเนินการเพื่อส่งมอบพัสดุให้กับทางราชการ
ดังนั้น เพื่อบรรเทาและช่วยเหลือทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ ให้มีสภาพคล่องและมีเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการ และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันการเสนอราคามากรายยิ่งขึ้น มีการแข่งขันการเสนอราคาได้อย่างโปร่งใส และเป็นธรรมกับผู้เสนอราคาทุกราย และเพื่อให้ผู้ขายเสนอราคาที่ต่ำสุดให้กับทางราชการ จึงกำหนดให้มีการจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าให้กับผู้ชนะการประกวดราคาภายหลังจากที่ได้ทำสัญญาซื้อขายกับทางราชการในอัตราร้อยละ 15 ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ.2560 ข้อ 89 (4)
"การซื้อหรือจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง นอกจากกรณีตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของราคาซื้อหรือราคาจ้างแต่ทั้งนี้ จะต้องกำหนดอัตราค่าพัสดุที่จะจ่ายล่วงหน้าไว้เป็นเงื่อนไขในประกาศและเอกสารเชิญชวนหรือหนังสือเชิญชวนแล้วแต่กรณีด้วย"
อ่านร่าง TOR ฉบับเต็ม (คลิก)
ครม.อนุมัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดหา จยย.สายตรวจใหม่ 14,442 คัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอก่อหนี้ผูกพันงบประมาณมากกว่า 1 ปีงบประมาณ สำหรับรายการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ในการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 จำนวน 2 รายการ วงเงินรวม 2,856.442 ล้านบาท สำหรับทั้ง 2 รายการ ประกอบด้วย
1. ค่าเช่ายานพาหนะตามโครงการเช่ารถยนต์พร้อมอุปกรณ์ (ทดแทน) เพื่อใช้ในภารกิจงานสืบสวนสะกดรอยติดตามจับกุมคนร้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนในสถานีตำรวจทั่วประเทศ 890 คัน วงเงิน 1,010.755 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ 5 ปี (2567-2571) แบ่งเป็น 2567 ตั้งงบที่ 77.75 ล้านบาท และปี 2568-2571 ผูกพันที่ปีละ 233.251 ล้านบาท
2. โครงการรถจักรยานยนต์สายตรวจ พร้อมอุปกรณ์ (ทดแทน) ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจในสถานีตำรวจทั่วประเทศจำนวน 14,442 คัน วงเงินรวม 1,845.68 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ 2 ปี (2567-2568) โดยในปี 2567 ตั้งงบไว้ที่ 369,137,600 บาท และในปี 2568 ผูกพันงบไว้ที่ 1,476.55 ล้านบาท