ตำรวจบุกจับกลางไลฟ์สด
การจับกุม น๊อตตี้ ศิษย์ปู่ใหญ่ หรือ อาจารย์น๊อตตี้ มาจากนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบหมาย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (DES) ปราบปรามอาชญากรรมทางดิจิทัล เช่น เว็บพนันออนไลน์ หวยใต้ดินออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์และสิ่งผิดกฎหมายอื่น
ต่อมา นายประเสริฐ แต่งตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษฯ เมื่อเดือน ก.พ.67 ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เพื่อปฏิบัติหน้าที่เร่งรัดปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ หวยใต้ดิน แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่สะสมอยู่
กระทั่งเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางดิจิทัล ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ชุดปราบปราบฯ นำโดย พล.ต.ต.มณฑล บัวจีบ รอง ผบช.ส. ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฯ สั่งการให้ พ.ต.อ.ณรัฐช์พงศ์ อุดมศรี ผกก.บก.สืบสวน ภ.2 นำหมายจับของศาลอาญามีนบุรีและหมายค้นของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าตรวจค้นจับกุม นายนัฐพงษ์ ศุภพิตร หรืออาจารย์น๊อตตี้ ได้ที่ตำหนักปู่ใหญ่ อ.นามน จ.กาฬสินธุ์
การจับกุมดังกล่าว กระทำขณะกำลังไลฟ์สดใบ้หวย ผ่านเฟซบุ๊ก ตำหนักปู่ใหญ่ อาจารย์น๊อต พาเที่ยว พร้อมยึดอาวุธปืนติดตัว พร้อมกับได้ยึดโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก และรถยนต์เป็นของกลาง
สืบพบ "อาจารย์น๊อตตี้" ทำผิดกฎหมายหลายข้อหา
ก่อนหน้านี้ ชุดปฏิบัติการพิเศษ DE สืบทราบว่า อาจารย์น๊อต มีพฤติกรรมหลอกลวงมอมเมาประชาชนให้เล่นหวยไทย หวยลาว หวยฮานอย โดยทำทีว่ารู้ผลหวยที่จะออกในงวดต่อไป อันเป็นความเท็จ ซึ่งความจริงแล้วผู้ต้องหาไม่รู้เลขที่จะถูกเลย แต่ได้ทำเป็นใบ้หวยจำนวนหลายเลขหลายตัวในเฟซบุ๊กหลายๆกลุ่ม แล้วนำข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ ปลอม หรือบิดเบือน ไปโฆษณาในโชเชียล
จากนั้นนำผลการออกสลากว่า เลขหวยที่ตัวเองใบ้ถูกและถูกหลายงวดติดต่อกัน ทำให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อว่าผู้ต้องหาทราบผลล่วงหน้าจริงและสมัครเป็นสมาชิกพร้อมเสียเงิน เพื่อขอทราบเลขสลากที่จะออกในงวดถัดไป
นอกจากนี้ยังพบว่ามีพฤติกรรมร่วมกับพวกเป็นผู้จัดให้มีการเล่น หรือชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเล่นการพนันออนไลน์
ชุด DE กล่าวว่า ส่วนหนึ่งได้เคยบุกค้นทลายรังเซิร์ฟเวอร์ที่บ้านอาจารย์น๊อตตี้ และยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดพร้อมทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้จากการทำเว็บพนันออนไลน์มาตรวจสอบ พบมีมูลความเชื่อมโยงจริง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับ และเข้ารวบคาไลฟ์สดใน Facebook
สำหรับการให้หวยใบ้หวยจะตรงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่ทั้งมวลล้วนเป็นการมอมเมาประชาชนให้เกิดความลุ่มหลงในการพนัน นำเงินไปใช้นอกระบบจนดึงเศรษฐกิจลงต่ำ ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่เท่าเทียม นำไปสู่การก่ออาชญากรรมอื่นๆ ได้
ดำเนินคดี อาจารย์น๊อตตี้ ใน 3 ข้อหา
ชุด DE ได้แจ้งข้อหา นายนัฐพงษ์ ศุภพิตร หรือ น๊อตตี้ ศิษย์ปู่ใหญ่ หรือ อาจารย์น๊อตตี้ ว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ปลอม บิดเบือน, ร่วมกันประกาศหรือโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อสอบสวนขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
"อาจารย์น๊อตตี้" ปัดไม่มีเอี่ยวพนันออนไลน์
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 เมษายน ที่สน.บางเขน มีลูกศิษย์เดินทางมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ นำข้าว น้ำดื่ม และหมอนรองคอ มาให้ นายนัฐพงษ์ หรือ อาจารย์น๊อตตี้ ที่ถูกคุมขังอยู่
ลูกศิษย์ของอาจารย์น๊อตตี้ บอกเพียงสั้น ๆ ว่า รู้สึกเครียดเป็นธรรมดา แต่ยืนยันว่าเท่าที่ทำงานและรู้จัก อาจารย์น๊อตตี้ ไม่มีพฤติกรรมแบบนั้น
ส่วนเพจที่นำไปสู่การจับกุมนั้น เป็นเพจปลอมอาจารย์น๊อตตี้เคยไปแจ้งความมาแล้ว เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วนเมื่อถามว่าแล้วอาจารย์น๊อตตี้มีเพจจริงกี่เพจก็ไม่สามารถตอบได้บอกว่าตนทำงานคนละส่วนกัน
ต่อมาตำรวจนำ อาจารย์น๊อตตี้ มาพิมพ์ลายนิ้วมือ เจ้าตัวได้โอกาสชี้แจงว่า "นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าตำรวจสืบสวนมาจากเพจเซฟบุ๊กบัญชีใด เพราะส่วนตัวนั้นมีเฟซบุ๊กของจริงแค่ 4 เพจเท่านั้น แต่ละบัญชีมีผู้ติดตามมากกว่า 8 แสนคน
ส่วนเมื่อถามถึงอาวุธปืนที่ตำรวจค้นเจอตอนจับกุมนั้น ระบุว่ามีใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะพกไว้ช่วงเย็นและอยู่ภายในบ้าน
อาจารย์น๊อตตี้ ยืนยันว่า ไม่เคยชักชวนเล่นพนันออนไลน์ ซ้ำยังพูดเตือนลูกศิษย์ทุกครั้งเวลาไลฟ์สดให้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล
พร้อมยังพูดติดตลกว่า ช่วงนี้ให้หวยไม่ถูกแล้วถูกอย่างเดียวคือถูกด่า เพราะคิดว่าน่าจะหมดดวงแล้ว ก่อนหน้านี้เคยใบ้ถูกหวยถูก 8 งวดติดโดยยืนยันจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและจะขอต่อสู้คดี โดยเตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวนหนึ่งในการยื่นขอประกันตัว