ปค.ทลายโรงแรมเถื่อนกลางภูเก็ต-เตรียมขยายผลทั่วประเทศ
11 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการกวาดล้างโรงแรมเถื่อนกลางภูเก็ต เดินหน้าทวงคืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการสุจริต เดินหน้าปราบทุจริตขยายผลทั่วประเทศ
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการกวาดล้างโรงแรมเถื่อนกลางภูเก็ต เดินหน้าทวงคืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการสุจริต เดินหน้าปราบทุจริตขยายผลทั่วประเทศ
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการให้นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “พิชิตอันธพาล” ตามนโยบายนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การจัดระเบียบสังคม และการปราบปรามผู้มีอิทธิพล พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองส่วนกลาง ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กวาดล้างผู้ลักลอบประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายหลังการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องพบว่า มีผู้ประกอบการบางราย ลักลอบเปิดให้บริการที่พักในลักษณะโรงแรม รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยหลีกเลี่ยงการขออนุญาตตามกฎหมาย และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่รัฐกำหนด โดยมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อผู้กระทำผิดทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยให้สังคม คุ้มครองประชาชน และรักษาความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ
จากการสืบสวนเชิงลึกและเฝ้าติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ประกอบการเป้าหมาย เจ้าหน้าที่พบสถานประกอบการจำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่ตำบลกะรนและตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต มีการเปิดรับจองห้องพักและให้บริการในลักษณะเดียวกับโรงแรมอย่างเปิดเผย แต่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547
เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วน ชุดเฉพาะกิจกรมการปกครองจึงเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการทั้ง 3 แห่งพร้อมกัน ผลการตรวจสอบพบพยานหลักฐานชัดเจนว่า มีการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจับกุมผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละแห่ง พร้อมตรวจยึดเอกสารการจองห้องพัก ข้อมูลการให้บริการ และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
อธิบดีกรมการปกครอง ยืนยันว่า จะเดินหน้าปฏิบัติการตรวจสอบและปราบปรามโรงแรมเถื่อน อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งการลักลอบประกอบธุรกิจลักษณะดังกล่าวไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยังเป็นการเอาเปรียบผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง กระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศในระยะยาว พร้อมย้ำว่า กรมการปกครองจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เด็ดขาด และต่อเนื่อง เพื่อจัดระเบียบสังคม รักษาความสงบเรียบร้อย คุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน และสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ อันจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
ข่าวล่าสุด