น้ำเงินสะท้าน “สหายแสง” ปิดฉากสนาม สส.นครพนม “มนพร” ปลุกแดงจะกลับมา
11 มิ.ย. 2569 | ขุนน้ำหมึก

อวสาน 50 ปีบนทางฝัน “สหายแสง” จากภูพานสู่สภา “มนพร” ได้จังหวะรุกกลับน้ำเงิน ชูคำขวัญแดงจะกลับมา
Exclusive
11 มิ.ย. 2569 | ขุนน้ำหมึก

อวสาน 50 ปีบนทางฝัน “สหายแสง” จากภูพานสู่สภา “มนพร” ได้จังหวะรุกกลับน้ำเงิน ชูคำขวัญแดงจะกลับมา
11 มิถุนายน 2569 ปิดฉาก สหายแสง-ศุภชัย โพธิ์สุ สะเทือนน้ำเงินนครพนม เดือน-มนพร เจริญศรี แม่ทัพแดง ชูแคมเปญเพื่อไทยจะกลับมา
50 ปี บนเส้นทาง ครูแก้ว หัวก้าวหน้า จากใต้ร่มธงดาวแดงแห่งภูพาน สู่สังเวียน สจ. สส. ขยับเป็น รมช.เกษตรฯ และรองประธานสภาฯ
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง สำหรับนักการเมืองคนดังแห่งนครพนม เมื่อศาลฎีกาพิพากษาตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต “ศุภชัย โพธิ์สุ” ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง กรณีถือครองที่ดินรัฐ 220 ไร่
“ครูแก้ว” หรือ “สหายแสง” ศุภชัย โพธิ์สุ เคยเป็น สส.นครพนม 4 สมัย รมช.เกษตรฯ รัฐบาลอภิสิทธิ์ และรองประธานสภาผู้แทนฯ
การเลือกตั้ง สส.นครพนม เมื่อต้นปี 2569 เหมือนรู้ชะตากรรมตัวเอง ตั้งแต่ ป.ป.ช.ชงศาลฎีกาฯ ฟันปมถือครองที่ดินรัฐ จึงปรับแผนไม่ลงสนามและหันไปปั้นลูกสาว “ขวัญ” ศุภพาณี โพธิ์สุ เป็น สส.นครพนมแทน
ฝั่งคู่แข่งข้ามทศวรรษ “แม่เดือน” มนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม และ สส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย ยังออกเดินสายทั่วนครพนม พร้อมชูแคมเปญ “เพื่อไทยจะต้องกลับมา”
สมัยที่ “ศุภชัย” เรียน ป.กศ.ต้น วิทยาลัยครูสกลนคร ได้เข้าร่วมเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เป็นดาวไฮปาร์คของกลุ่มแนวร่วมนักศึกษาสกลนคร
หลัง 6 ตุลา 2519 ศุภชัย หลบหนีการปราบปรามของรัฐเผด็จการสมัยนั้น เข้าร่วมการต่อสู้กับ พคท.ที่ภูพาน โดยมีชื่อจัดตั้งว่า “สหายแสง”
ช่วงปี 2519-2523 เนื่องจาก “สหายแสง” เป็นคนพื้นถิ่น สหายนำอีสานเหนือ จึงส่งเขาไปเคลื่อนไหวปลุกระดมมวลชนในเขต อ.นาแก อ.เรณูนคร และ อ.ปลาปาก
ปี 2524 สหายแสงคืนสู่เหย้าตามนโยบาย 66/2523 ได้กลับเข้าเรียนหนังสือและรับราชการเป็นครูที่บ้านเกิด อ.ศรีสงคราม ชาวบ้านจึงรู้จักในนาม “ครูแก้ว”
จากนั้น ครูแก้วเล่นการเมืองเป็น สจ.นครพนม และลงสมัคร สส.หลายหน แต่สอบตก กระทั่งปี 2544 ครูแก้วชนะเลือกตั้ง เป็น สส.นครพนม พรรคความหวังใหม่ ก่อนที่พรรคบิ๊กจิ๋วจะยุบรวมกับพรรคไทยรักไทย
3 ปีที่แล้ว สหายแสง-ศุภชัย คิดใหญ่ทำใหญ่ ลงสนาม สส.เขต ทั้งผัวทั้งเมีย (พูนสุข) และก็แพ้แก่เพื่อไทยทั้ง 2 เขต
เที่ยวนี้ จึงปั้น “ขวัญ” ศุภพาณี โพธิ์สุ อดีตนายก อบจ.นครพนม ชิงเก้าอี้ สส.นครพนม เขต 1 และได้เป็น สส.สมใจพ่อแก้วแม่พูนสุข
เนื่องจากเขต 1 อ.ศรีสงคราม เป็นถิ่นฐานบ้านเกิดตระกูล “โพธิ์สุ” เมื่อปี 2566 พูนสุข โพธิ์สุ ภรรยาสหายแสง แพ้ ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ค่ายสีแดง
พรรคน้ำเงินโดยมีแม่ทัพสหายแสงอยู่หลังม่าน คว้าเก้าอี้ สส.ได้อีก 1 ที่นั่งคือ เขต 3 อ.เรณูนคร อ.ธาตุพนม นพ.อลงกต มณีกาศ สส.เก่าเอาชนะ “สจ.เจ” ธนากรณ์ ปราณีนิตย์ เด็กปั้น “แม่เดือน”
ส่วนเขต 2 อ.โพนสวรรค์ อ.ท่าอุเทน สหายแสงส่งมวยแทนลงสนาม ก็แพ้ มนพร เจริญศรี สส.นครพนม 4 สมัยไปตามฟอร์ม
เขต 4 อ.นาแก อ.ปลาปาก เสือเฒ่า ชูกัน กุลวงษา ค่ายน้ำเงินแพ้ ชาญชัย คำจำปา อดีตรอง นายก อบจ.นครพนม สายตรง “แม่เดือน”
ศึกชิงเก้าอี้ สส.เมืองพญานาคราชที่ผ่านมา มนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม แม่ทัพหญิงแดงไม่สมหวังที่ชนะยกจังหวัดไม่สำเร็จ
มิหน้ำซ้ำ พื้นที่ในความรับผิดชอบของ “แม่เดือน” อย่าง จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ และ จ.มุกดาหาร เพื่อไทยพ่ายยกจังหวัด
ใครก็รู้ว่า มนพร เจริญศรี โดดเด่นเป็นแม่ทัพอีสานเหนือ เพราะได้รับตำแหน่ง รมช.คมนาคม ในรัฐบาลเศรษฐา และรัฐบาลแพทองธาร เพราะเธอมีความใกล้ชิดกับ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ สมศักดิ์ เทพสุทิน
เมื่อเพื่อไทยกระแสแผ่ว แบรนด์ทักษิณขายไม่ได้ สส.อีสานเหนือจึงพลาดเป้า และ “มนพร” จึงไม่ได้เป็นรัฐมนตรีในรอบนี้
หลัง “ศุภชัย โพธิ์สุ” ต้องปิดฉากชีวิตทางการเมือง ก็ถือเป็นโอกาสของ “แม่เดือน” แม่ทัพแดงนครนาคา จึงชูแคมเปญเพื่อไทยจะกลับมา
ข่าวล่าสุด