สำหรับกรณีของนายนภสินธุ์ ที่ตำรวจเพิ่งจะมาทำการจับกุม ทั้งที่มีหมายจับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2566 นั้น มองว่า ทุกคนก็สงสัยว่าทำไมไม่ไปจับ เนื่องจากสายน้ำเคยไปปรากฎตัวที่ สน.พระราชวัง หลายครั้ง แต่ตำรวจไม่ทำการจับกุม ซึ่งตามกฎหมาย หากมีหมายจับ นั่นหมายความว่าจะต้องจับตัวผู้ต้องหาไปที่ สน. กรณีสายน้ำ เมื่อเคยไปแล้วไม่จับ ก็ทำให้หมายจับสิ้นผลไป ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าการจับกุมสายน้ำทำถูกต้องหรือไม่ ส่วนจะเรียกร้องอย่างไรหรือไม่จะต้องพูดคุยกับสายน้ำอีกครั้ง
ต่อมา นายกฤษฎางค์ เปิดเผยภายหลังยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง ว่า ศาลได้ไต่สวนตำรวจไปแล้ว 2 ปาก โดยทางตำรวจอ้างว่าสาเหตุที่ต้องนำตัวมาฝากขังและคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ไปก่อเหตุอันตราย ซึ่งฝ่ายทนายก็ได้แย้งว่า ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี และการฝากขังทำให้เสียสิทธิเสรีภาพ รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่า พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 48 ชั่วโมง เหตุใดจึงต้องรีบฝากขังต่อศาล โดยศาลนัดอ่านคำสั่งว่าจะอนุญาตให้ฝากขังหรือไม่ ในเวลา 14.00 น. วันนี้
"หากศาลไม่อนุญาตให้ฝากขัง ทั้งสองคนก็สามารถกลับบ้านได้ แต่หากศาลอนุญาตให้ฝากขัง ทีมทนายจะต้องพูดคุยกับตะวันและแฟรงค์ว่า ต้องการจะให้ยื่นประกันตัวหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นพูดคุยกันว่าจะใช้เงินประกันจากกองทุนราษฎรประสงค์ และคงไม่รบกวนนักการเมืองมาเป็นหลักประกันให้ เพราะช่วงนี้ถูกจับจ้อง ประกอบกับ นักกิจกรรมเยาวชนไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้กับนักการเมือง" นายกฤษฎางค์ ระบุ
ส่วนกรณีตำรวจ 3 สน.ได้ ยื่นขอถอนประกัน "ตะวัน" ในคดีอื่น ๆ ไป จะส่งผลต่อการพิจารณาของศาลในการอนุญาตให้ฝากขังหรือไม่ นายกฤษฎางค์ มองว่า เป็นคนละส่วนกัน ตามกฎหมายต้องพิจารณาเป็นคดีไป อีกทั้ง กรณีนี้มีเพียงข่าวว่าจะมายื่นถอนประกัน แต่ยังไม่มีการยื่นคำร้องเข้ามาที่ศาล โดยสภาพจิตใจของ "ตะวัน" และ "แฟรงค์" จากที่ได้พูดคุยกัน ทั้งสองคนยังมีสภาพจิตใจปกติ ไม่อิดโรย หรือมีความเครียดกังวลแต่อย่างใด
ส่วนกรณีของนายนภสินธุ์ มีการนำตัวมาส่งที่ศาลอาญาตั้งแต่เวลา 11.00 น. แต่ทราบว่ายังไม่ได้รับคำร้องฝากขังจากพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ โดยกระบวนการของสายน้ำ ยังคงต้องรอคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนก่อน คาดว่าจะมีการไต่สวนช่วงบ่ายวันนี้
สำหรับประเด็นที่มีการแยกขังทั้ง 3 คน คนละ สน. นั้น จากการสอบถามตำรวจเบื้องต้น แจ้งเพียงว่าเป็นคำสั่งของผู้ใหญ่ เนื่องจากกลัวจะเกิดเหตุวุ่นวาย ซึ่งตนได้เตือนไปว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ป.วิอาญา นอกจากนี้ กระบวนการในการควบคุมตัว ยังผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ด้วย เนื่องจากไม่ได้แจ้งอัยการ ซึ่งเรื่องนี้ "สายน้ำ" ได้แจ้งความกลับกับตำรวจชุดควบคุมตัวแล้ว ที่ สน.พระราชวัง ส่วน ตะวัน-แฟรงค์ ยังไม่มีโอกาสได้แจ้งความ เพราะถูกแยกขังก่อน
ด้าน พล.ต.ต.อัฏธพร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยถึงเงื่อนไขการขอคัดค้านการประกันตัวท้ายคำร้องต่อศาลได้ แต่หากศาลอนุญาตให้ฝากขัง และทนายความฝั่งผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ก็จะยกเงื่อนไขประมาณ 2-3 ข้อ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 108/1 มาใช้แสดงต่อศาล
ทั้งนี้ โดยเงื่อนไขที่พนักงานสอบสวนจะยื่นต่อศาลอันเป็นเหตุควรเชื่อว่าไม่ให้สั่งปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ให้ประกันตัวตามกฎหมายมาตราดังกล่าว ประกอบไปด้วย 5 เงื่อนไข ได้แก่
- ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี
- ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
- ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประกันอื่น
- ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ
- การปล่อยตัวชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวนหรือศาล