ต่อมาวันที่ 7 พ.ย.2565 นายเจน ผู้ต้องหา ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา ขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชั่วคราวไปประเทศเยอรมัน ในวันที่ 7 พ.ย.2565 เนื่องจากมีความจำเป็นติดต่อธนาคารที่ประเทศเยอรมัน เพื่อแสดงตนและขอให้ธนาคารเปิดการใช้ระบบการเบิกเงินออนไลน์ที่ถูกระงับไปเนื่องจากมีผู้พยายามเข้าใช้บัญชี 3 ครั้ง และกิจการเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาร่วมทำธุรกิจกับหุ้นส่วนในประเทศเยอรมันมีปัญหาที่เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาต้องเดินทางไปแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งผู้ต้องหาระบุด้วยว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาและประสงค์จะขอต่อสู้คดีถึงที่สุด โดยผู้ต้องหาจะเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 13 พ.ย.2565 และจะรีบมารายงานตัวต่อศาลทันทีในวันที่ 14 พ.ย.2565 ผู้ต้องหายินดีวางประกันต่อศาลโดยเสนอวางเงินสด 500,000 บาท ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือข้อบังคับที่ศาลกำหนดอย่างเคร่งครัด
โดยศาลพิจารณาเอกสารคำร้องและเอกสารเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ผู้ต้องหาแนบมาด้วยแล้วอนุญาตให้ออกนอกราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในประเทศไทย มีธุรกิจในประเทศไทย มีภริยาเป็นคนไทย และประสงค์ขอต่อสู้คดี ซึ่งผู้ต้องหามีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศตามเอกสารของธนาคารและหุ้นส่วนทางธุรกิจ โดยให้มารายงานตัววันที่ 14 พ.ย.2565 มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญาประกัน แต่เพื่อเป็นการประกันการมาศาลตามกำหนด จึงเห็นสมควรให้ผู้ต้องหาวางหลักประกันเงินสด 500,000 บาท
โดยวันที่ 14 พ.ย.2565 ทนายความผู้ต้องหายื่นขอขยายเวลารายงานตัวเป็นวันที่ 29 พ.ย.2565 ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาต แต่เมื่อถึงวันนัดปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ได้มารายงานตัว ศาลจึงมีคำสั่งวันที่ 1 ธ.ค.2565 ให้ออกหมายจับผู้ต้องหา พร้อมสั่งปรับนายประกันตามสัญญาประกันและยึดเงินวางประกันออกนอกประเทศ รวมทั้งหมด 700,000 บาท ซึ่งศาลมีหนังสือส่งถึง ผบ.ตร.ทราบในวันที่ 2 ธ.ค.2565 ด้วย
ต่อมาวันที่ 16 ธ.ค.2565 พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา จึงนำสำนวนคดีมายื่นฟ้องนายเจน ต่อศาลจังหวัดพัทยา เป็นจำเลยคดีหมายเลขดำ อ.1210/2565 ความผิดตาม ป.อ.มาตรา 91, 277, 279, โดยท้ายฟ้องโจทก์ระบุว่า หากจำเลยยื่นคำร้องขอประกันตัวขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล ซึ่งวันเดียวกันศาลจังหวัดพัทยาได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตรวจสำนวนฝากขังแล้วพบว่า ศาลมีคำสั่งออกหมายจับนายเจน เลขที่ 457/2565 ลงวันที่ 1 ธ.ค.2565 และปรับนายประกัน ซึ่งจนถึงวันฟ้องยังจับตัวจำเลยไม่ได้ และนายประกันยังไม่นำตัวจำเลยมาส่งศาล
ศาลจังหวัดพัทยาจึงให้ออกหมายจับใหม่ (ชั้นพิจารณาหลังถูกฟ้อง) และกรณียังไม่แน่ว่าจะจับตัวจำเลยได้เมื่อใด จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว หากจับจำเลยได้เมื่อใด ให้อัยการโจทก์แถลงศาลเพื่อให้ยกคดีมาพิจารณาใหม่ต่อไป โดยศาลมีหนังสือแจ้งถึง ผบ.ตร. และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ทราบวันที่ 19 ธ.ค.2565
ดังนั้นขณะนี้ ขั้นตอนจึงอยู่ระหว่างเจ้าพนักงานตำรวจจะติดตามตัวจำเลยตามหมายจับใหม่ มาส่งศาลเพื่อพิจารณาคดีต่อไป