เมื่อถามว่า อัยการสูงสุดได้กำหนดกรอบเวลาหรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า อัยการสูงสุดยังไม่มีข้อสั่งการส่วนนี้ เเต่อย่างที่ตนเรียนว่าทางอัยการมีการประสานงานกันตลอดเเม้วันหยุด ซึ่งเป็นการทำงานโดยเร่งด่วนรวดเร็วอยู่เเล้ว ตนให้ความมั่นใจกับสังคมได้ว่า เรื่องเเบบนี้อัยการสูงสุดเเละหน่วยงานในอัยการที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเเน่นอน เเละเมื่อผลวิเคราะห์ออกทางโฆษกอัยการจะรีบเเถลงข่าวให้สาธารณชนทราบ ส่วนจะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ ต้องรอผลการวิเคราะห์ของสำนักงานอัยการสำนักงานวิชาการก่อน
ถามว่าตอนอัยการ บ. ตกเป็นผู้ต้องหา ในอัยการมีการดำเนินการทางวินัย เเละระหว่างตรวจสอบต้องย้ายอัยการ บ. ออกจากพื้นที่หรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า ข้อมูลในส่วนนี้ยังไม่มี ต้องรอผลการตรวจสอบ ซึ่งเชื่อว่าทางอธิบดีอัยการภาค 9 ต้องรวบรวมส่งสำนักงานอัยการวิชาการทั้งหมด ส่วนเรื่องการย้ายอัยการบอยหรือไม่นั้น ทางผู้บริหารรอดูผลการตรวจวิเคราะห์ เเต่โฆษกยังไม่มีข้อมูลในส่วนนี้
ถามต่อว่ากรณี มีข่าวว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุมนายจรวด จะมาให้ถ้อยคำกับอัยการเพิ่มเติมได้มีมาหรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า ขณะนี้งานโฆษกยังไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ เเละเท่าที่พูดกับทางอธิบดีอัยการภาค 9 เเละอธิบดีอัยการสำนักงานวิชการยังไม่มีข้อมูลนี้
เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้มีเรียกใครให้ถ้อยคำเเล้วหรือไม่ นายประยุทธ ตอบว่า ตอนนี้ทางสำนักงานอัยการสำนักงานวิชการยังไม้ได้รับสำนวนเลย กำลังเดินทางมา
มันมีหลักกฎหมาย การทำงานของพนักงานอัยการ จะดูว่าพยานหลักฐานพอฟ้องหรือไม่พอฟ้อง ถ้าไม่พอฟ้องเราจะไม่ฟ้อง ถ้าพอฟ้อง เราจะฟ้อง เพราะถ้าไม่พอฟ้องเเต่ไปฟ้อง มันจะทำให้คดีเสียหาย เพราะว่า หากรู้ว่าพยานหลักฐานไม่พอฟ้องแต่ยังไปฟ้อง สุดท้ายศาลยกฟ้อง ทำให้ไม่สามารถที่จะฟ้องคดีใหม่อีกได้เพราะจะเป็นฟ้องซ้ำ
แต่ถ้าเราไม่ฟ้อง เพราะหลักฐานมันไม่พอในภายหลังพยานหลักฐานใหม่มาปรากฏภายในอายุความ และพยานหลักฐานนั้นสามารถสืบพิสูจน์ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาได้ เราก็รื้อฟื้นคดีอาญามายื่นฟ้องได้ ตรงนี้เป็นข้อกฎหมาย แต่ในสำนวนนี้ จะเป็นแค่ไหนเพียงใดต้องรอการตรวจสอบจากสำนักงานวิชาการ