พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มเพื่อนผู้ต้องหาออกมาโต้ว่า เป็นการจับผิดตัวนั้น เป็นสิทธิ์ของเพื่อนผู้ต้องหาที่จะพูด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่ตรวจพบ สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ในวงการเรียกว่า "ผี" เพราะว่า นักศึกษาหรือรุ่นพี่จะต้องประสบความสำเร็จ หรือเรียนจบ
แต่คนพวกนี้จะเป็นพวกที่ถูกเชิญออก หรือไม่สามารถเรียนจบได้ แล้วยังมาวนเวียนยุ่งเกี่ยวกับน้องๆ มาปลูกฝังวิธีการที่ผิดๆ เช่น เอาน้องๆ มาเป็นชุดในการก่อเหตุยิงในลักษณะของมือปืน ซึ่งเราได้เน้นย้ำไปแล้วว่า ถ้าทำแบบนี้เราจะต้องทลาย จากนี้เราจะไม่จับแค่คนขี่หรือคนยิง เราจะจับแม้กระทั่งผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งคนที่ออกมาพูดว่าเป็นการจับผิดตัว เราจะต้องตรวจสอบด้วยว่า อยู่ในส่วนใดของคนเหล่านี้
"พฤติกรรมคนพวกนี้จะเอาเด็กมาปลูกฝังทางความคิด ถ้าเด็กมีภูมิคุ้มกันจากครอบครัว หรือจากครู ก็จะมีความเข้มแข็งที่จะไม่เข้ามาอยู่ตรงตรงนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตำรวจต้องทำงานเชิงรุก เข้าไปช่วยในส่วนของโรงเรียน ถ้าเรามีการปราบปรามอย่างจริงจัง เชื่อว่าการก่อเหตุก็จะลดลง" พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าว
เมื่อถามว่า ดูจากพฤติการณ์แล้วคนพวกนี้ ไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า เรามีการข่าวอยู่ว่า พวกนี้ถูกปลูกฝังมา ในสมุดที่ค้นเจอในเซฟเฮ้าส์ก็เขียนเลยว่า ถ้าตำรวจสอบให้ตอบว่า ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ ไม่ให้ความร่วมมือ เราถึงไม่แปลกใจ ตนจึงได้เชิญชุดสืบสวนที่เคยจับพวกนี้มาก่อนเข้ามาร่วมทีม แล้วมาหาข้อมูลเบื้องต้น ก่อนเปิดปฏิบัติการเราถึงใช้เวลา ถ้าเราไม่มีหลักฐาน หรือไม่มีพยานชัดเจน หากเราลงมือก็จะตกเป็นจำเลยของพวกเขา เขาก็จะเอาทนายมาดำเนินคดีกับชุดสืบสวน วันนี้เราถึงมั่นใจไม่อย่างนั้นเราไม่ลงมือ