ศาลพิเคราะห์ แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคแรก , มาตรา 392 ประกอบมาตรา 80 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษพยายามข่มขืนใจผู้อื่น จำคุก 2 เดือน ปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ให้จำคุก 1 เดือน ปรับ 20,000 บาท
พิเคราะห์จากการสืบเสาะและพินิจแล้ว จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี ให้รอการลงโทษ 1 ปี คุมประพฤติ 1 ปี ให้รายงานตัวทุก 3 เดือน
เปิดปมฟ้อง โทรข่มขู่ ห้ามยุ่งคดีแตงโม นิดา
ก่อนหน้านี้ ช่วงการเสียชีวิตของนักแสดงสาว น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ "แตงโม นิดา" นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ "เต้ มงคลกิตติ์" ได้โทรศัพท์ไปหา ทนายเดชา พูดคุยในทำนองข่มขู่ว่า จะทำร้ายร่างกาย โดยการจะส่งคนไปกระทืบ หากไม่เลิกยุ่งกับคดีการเสียชีวิต ของดาราสาว ในช่วงที่ "เต้ มงคลกิตติ์" เป็นผู้รับผิดชอบในการต่อสู้คดี เพื่อให้แตงโมได้รับความยุติธรรมเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2565
หลังเกิดเหตุ ทนายเดชา ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดี นายมงคลกิตติ์ ตามความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด
ทั้งนี้ มาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กระทั่งเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2566 "เต้ มงคลกิตติ์" เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่ศูนย์รับแจ้งความตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า..
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่นายเดชา ได้มาวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นในคดีของแตงโม จนส่งผลให้ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโมเกิดความกลัวและเป็นกังวล ซึ่งส่งผลต่อการทำคดีที่ตนเองเป็นผู้ดูแลอยู่ จึงให้ทนายความไปร้องเรียนมรรยาททนายความ ที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายเดชา ซึ่งต่อมาตนเองได้โทรศัพท์ไปหานายเดชา แต่ไม่ได้รับสาย
ในเวลาต่อมานายเดชา ในโทรศัพท์กลับมาหาตนเอง จึงตักเตือนไปว่าอย่าให้ความเห็นทางกฎหมายในคดีนี้อีก พร้อมกับพูดว่า “ถ้าเป็นคนอื่น หรือเป็นสมัยก่อน ตนเองส่งคนไปกระทืบแล้ว” โดยไม่ทราบว่า นายเดชา ได้บันทึกเสียงไว้ แล้วนำมาเป็นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีตนเองในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ เต้ มงคลกิตติ์ ยังได้ดำเนินคดีกับ ทนายเดชา ด้วยเช่นกัน ในข้อหาหมิ่นประมาทหลายกรรมหลายวาระ โดย นายมงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ว่ากันไปตามกระบวนการ ซึ่งหากนายเดชา มาขอโทษก็พร้อมที่จะถอนคดี แต่ถ้าไม่ขอโทษก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถึงที่สุด