ด่วน! ศาลจำคุก"เต้ มงคลกิตติ์" 1 เดือน ปรับ 2 หมื่นบาท ข่มขู่ทนายเดชา คดีแตงโม
23 พ.ย. 2566

ศาลแขวงพระนครเหนือสั่งจำคุก 1 เดือน ปรับ 2 หมื่นบาท "เต้ มงคลกิตติ์" คดีข่มขู่ทนายเดชา โดยโทษจำคุก ให้รอลงอาญาและคุมประพฤติ 1 ปี พร้อมให้รายงานตัวทุก 3 เดือน
ข่าว
23 พ.ย. 2566

ศาลแขวงพระนครเหนือสั่งจำคุก 1 เดือน ปรับ 2 หมื่นบาท "เต้ มงคลกิตติ์" คดีข่มขู่ทนายเดชา โดยโทษจำคุก ให้รอลงอาญาและคุมประพฤติ 1 ปี พร้อมให้รายงานตัวทุก 3 เดือน
23 พฤศจิกายน 2566 ศาลตัดสินจำคุก "เต้ มงคลกิตติ์" ข่มขู่ "ทนายเดชา" โดยที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ศูนย์ราชการ ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และนายเดชา กิตติวิทยานันท์เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายมงคลกิตติ์ หรือเต้ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นจำเลยความผิดฐานพยายามข่มขืนใจผู้อื่นโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต
จากกรณีที่ นายมงคลกิตติ์ ได้ข่มขู่นายเดชาว่า อย่าให้ผมต้องลงมือกับพี่นะ ถ้าเป็นคนอื่นผมจะส่งคนไปกระทืบแล้วผมเตือนครั้งสุดท้าย ถ้าไม่หยุดผมดำเนินคดีที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วกลับไม่ได้นะ
ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นหตุมาจากคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา หรือ แตงโม นิดา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนายมงคลกิตติ์ ให้การรับสารภาพ
ศาลพิเคราะห์ แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคแรก , มาตรา 392 ประกอบมาตรา 80 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษพยายามข่มขืนใจผู้อื่น จำคุก 2 เดือน ปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ให้จำคุก 1 เดือน ปรับ 20,000 บาท
พิเคราะห์จากการสืบเสาะและพินิจแล้ว จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี ให้รอการลงโทษ 1 ปี คุมประพฤติ 1 ปี ให้รายงานตัวทุก 3 เดือน
เปิดปมฟ้อง โทรข่มขู่ ห้ามยุ่งคดีแตงโม นิดา
ก่อนหน้านี้ ช่วงการเสียชีวิตของนักแสดงสาว น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ "แตงโม นิดา" นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ "เต้ มงคลกิตติ์" ได้โทรศัพท์ไปหา ทนายเดชา พูดคุยในทำนองข่มขู่ว่า จะทำร้ายร่างกาย โดยการจะส่งคนไปกระทืบ หากไม่เลิกยุ่งกับคดีการเสียชีวิต ของดาราสาว ในช่วงที่ "เต้ มงคลกิตติ์" เป็นผู้รับผิดชอบในการต่อสู้คดี เพื่อให้แตงโมได้รับความยุติธรรมเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2565
หลังเกิดเหตุ ทนายเดชา ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดี นายมงคลกิตติ์ ตามความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด
ทั้งนี้ มาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กระทั่งเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2566 "เต้ มงคลกิตติ์" เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่ศูนย์รับแจ้งความตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า..
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่นายเดชา ได้มาวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นในคดีของแตงโม จนส่งผลให้ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโมเกิดความกลัวและเป็นกังวล ซึ่งส่งผลต่อการทำคดีที่ตนเองเป็นผู้ดูแลอยู่ จึงให้ทนายความไปร้องเรียนมรรยาททนายความ ที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายเดชา ซึ่งต่อมาตนเองได้โทรศัพท์ไปหานายเดชา แต่ไม่ได้รับสาย
ในเวลาต่อมานายเดชา ในโทรศัพท์กลับมาหาตนเอง จึงตักเตือนไปว่าอย่าให้ความเห็นทางกฎหมายในคดีนี้อีก พร้อมกับพูดว่า “ถ้าเป็นคนอื่น หรือเป็นสมัยก่อน ตนเองส่งคนไปกระทืบแล้ว” โดยไม่ทราบว่า นายเดชา ได้บันทึกเสียงไว้ แล้วนำมาเป็นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีตนเองในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ เต้ มงคลกิตติ์ ยังได้ดำเนินคดีกับ ทนายเดชา ด้วยเช่นกัน ในข้อหาหมิ่นประมาทหลายกรรมหลายวาระ โดย นายมงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ว่ากันไปตามกระบวนการ ซึ่งหากนายเดชา มาขอโทษก็พร้อมที่จะถอนคดี แต่ถ้าไม่ขอโทษก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถึงที่สุด
ข่าวล่าสุด