เนชั่นทีวี

ข่าว

เล็งขยายผล "คอลเซ็นเตอร์ ชายแดนกาบเชิง" หลังรับ 3 สมาชิกมาดำเนินคดี

10 พ.ย. 2566 | sitthichai_nak

เล็งขยายผล "คอลเซ็นเตอร์ ชายแดนกาบเชิง" หลังรับ 3 สมาชิกมาดำเนินคดี

สืบนครบาล รับตัว 3 ผู้ต้องหา ร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ด่านกาบเชิง จ.สุรินทร์ กลับมาดำนินคดี เจ้าตัวอ้างเป็นสาย 1 ฝ่ายเร่งรัดหนี้สินธนาคาร แต่ไม่ยอมรับผิด ผู้การฯสืบนครบาล เล็งขยายผล หลังยังมีคนไทยนับร้อยร่วมขบวนการ

10 พฤศจิกายน 2566 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.), พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น./ รอง หน. PCT ชุดที่ 5 , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ ผกก.(สอบสวน) บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ พูลสวัสดิ์ ผกก.ตม.จว.สุรินทร์, พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี สว.กก.1 บก.สส.บช.น.กับพวก “สืบนครบาล” , “PCT ชุดที่ 5” และ ตม.สุรินทร์ ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 รายในแก็งคอลเซ็นเตอร์

1.นายภานุ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาว อ.อ.คลองหาด จว.สระแก้ว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 615/2566 (พนักงานคอลเซ็นเตอร์)

2.นายกฤษณะ (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ชาว อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 621/2566 (พนักงานคอลเซ็นเตอร์)

3.นายพงศกร (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาว อ.เมืองฉะเชิงเทรา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 622/2566 (พนักงานคอลเซ็นเตอร์)

เล็งขยายผล "คอลเซ็นเตอร์ ชายแดนกาบเชิง" หลังรับ 3 สมาชิกมาดำเนินคดี

ในข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าข้อูมลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”

จากพฤติการณ์ กล่าวคือ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเดินทางไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อาคารแห่งหนึ่ง เมืองโอเสม็ด จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา โดยมีพนักงานคอลเซนเตอร์จำนวนมากเป็นชาวไทยทั้งหมด ทำหน้าที่โทรหลอกผู้เสียหาย แบ่งหน้าที่กันทำอ้างตัว 

เล็งขยายผล "คอลเซ็นเตอร์ ชายแดนกาบเชิง" หลังรับ 3 สมาชิกมาดำเนินคดี

สาย 1 ผู้ต้องหาที่1-3 อ้างตัวเป็นฝ่ายเร่งรัดหนี้สินธนาคารกสิกรไทย ออกอุบายสอบถามผู้เสียหายว่า เลขท้ายบัตรเครดิตเป็นของผู้เสียหายหรือไม่ ซึ่งเมื่อผู้เสียหายตอบว่าไม่ใช่ ก็จะแจ้งกับผู้เสียหายว่า ข้อมูลของท่านอาจรั่วไหล แนะนำให้แจ้งกับที่ สภ.เมืองตาก โดยให้กดปุ่มสี่เหลี่ยม (#) 2 ครั้ง ระบบจะโอนสายอัตโนมัติไปยัง 

กลุ่ม สาย 2 อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองตาก (ยศ ส.ต.ต. ถึง ด.ต.) สอบถามผู้เสียหายว่าจะแจ้งความเรื่องอะไร และหลอกว่าข้อมูลของผู้เสียหายนั้น มีคนร้ายได้นำไปใช้ ทำให้ผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและยาเสพติด และผู้เสียหายจะต้องโอนเงินมาตรวจสอบ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ หากผู้เสียหายยังไม่หลงเชื่อ จะทำทีเดินไปเคาะประตูและให้คุยกับตำรวจระดับ ร.ต.อ. ขึ้นไป เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

กลุ่มสาย 3 อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองตาก ระดับ ร.ต.อ. ขึ้นไป หลอกว่าจะดำเนินคดีกับผู้เสียหาย มีการส่งข้อมูลหลอกผู้เสียหายผ่านทางไลน์ เช่น หมายจับ (ปลอม) หรือบางครั้งใช้วิธีวิดีโอคอล และใช้เทคนิคตัดต่อ สร้างความน่าเชื่อถือว่าเป็นตำรวจจริงๆ

เล็งขยายผล "คอลเซ็นเตอร์ ชายแดนกาบเชิง" หลังรับ 3 สมาชิกมาดำเนินคดี

ในท้ายที่สุด ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินไปตรวจสอบความบริสุทธิ์ ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิดใดๆ สร้างความเสียหายหลักล้านบาท

ต่อมา วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ตำรวจชุดจับกุมได้ประสานงานกับตำรวจประเทศกัมพูชา ทลายและจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ที่ตึกคอลเซนเตอร์ ตรงข้ามด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ และเพื่อมาส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย

ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ ทำหน้าที่เป็นอ้างตัวว่าเป็น พนักงานเร่งรัดหนี้สินของธนาคารกสิกรไทย แจ้งหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้สิน ใช้กลอุบายเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อเชื่อ และยินดีที่จะแจ้งความตำรวจ ซึ่งเป็นคอลเซ็นเตอร์ สายที่ 2 ซึ่งเป็นสมาชิกในแก๊งคอลเซ็นเตอร์เช่นกัน โดยรับเงินเดือนๆ ละ 20,000 บาท ค่าตอบแทนร้อยละ 6 จากยอดความเสียหาย อีกทั้งยังมีคนไทยอีกว่าร้อยคน ที่ทำงานเป็นพนักงานแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์

เล็งขยายผล "คอลเซ็นเตอร์ ชายแดนกาบเชิง" หลังรับ 3 สมาชิกมาดำเนินคดี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ควบคุมผู้ต้องหา ทั้ง 3 รายส่งพนักสอบสวน กก.3 สอท.2 ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า การจับกุมคอลเซ็นเตอร์ครั้งนี้ จะขยายผลถึงที่สุดต่อไป พร้อมแจ้งเตือนภัยไปยังประชาชนว่า ได้โปรดใช้สติ อย่ารีบโอนเงินให้คนแปลกหน้าหรืออ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่่ หากไม่แน่ใจหรือสงสัยว่าบุคคลจะเป็นมิจฉาชีพ ขอได้โปรดแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. 

แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ข่าวล่าสุด