"เณรแอ" พบพนักงานสอบสวน คดีล่วงละเมิดทางเพศ ตร.รับความผิดยังไม่ชัดเจน
03 พ.ย. 2566 | titayu_pur

"เณรแอ" เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมพนักงานสอบสวน คดีล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาว ลั่นไม่หนักใจในคดี ขณะที่ ตร.รับความผิดยังไม่ชัดเจน จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้
ข่าว
03 พ.ย. 2566 | titayu_pur

"เณรแอ" เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมพนักงานสอบสวน คดีล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาว ลั่นไม่หนักใจในคดี ขณะที่ ตร.รับความผิดยังไม่ชัดเจน จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้
3 พฤศจิกายน 2566 ที่ สน.ดอนเมือง นายหาญ รักษาจิตร์ หรือ เณรแอ จอมขมังเวทย์ เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน หลังถูกเชิญตัวมาให้ถ้อยคำ ในกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศ น.ส.นาเดีย
โดยเณรแอ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าพบตำรวจว่า ไม่รู้สึกหนักใจ พร้อมนำเอกสาร แชทพูดคุย สลิปการโอนเงิน พร้อมปฏิเสธไม่ได้กระทำ แบบที่ถูกกล่าวหา แต่ส่วนที่จะมีการขอขมา ของผู้เสียหายยอมรับว่า จะมีการไกล่เกลี่ย แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
ขณะที่ ทนายเจี๊ยบ ศุภณัฎฐ์ ภคภัทร หนึ่งในทีมทนายความของเณรแอ เปิดเผยว่า วันนี้เณรแอได้รับคำเชิญมาให้ปากคำที่ สน.ดอนเมือง ไม่แน่ใจว่ามาในฐานะใด เพราะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ กับเณรแอ ซึ่งคาดว่า ที่เณรแอเดินทางเข้ามาในวันนี้ เพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ต้องพูดคุยกับพนักงานสอบสวนก่อน
พ.ต.ท.โอสถ ผ่าโผน รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำ เณรแอในฐานะพยาน ที่เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจ กรณีถูกกล่าวหาว่า ล่อลวงทำอนาจารกับ น.ส.นาเดีย อายุ 26 ปี หลังจากถูกแจ้งความดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้กับเณรแอ
โดยเณรแอได้มีการประสานมาพร้อมลูกศิษย์ว่า จะมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งนำหลักฐาน ที่จะมาชี้แจงกับพนักงานสอบสวน ในกรณีเรื่องการโอนเงิน รวมทั้งแชทข้อความ โดยตำรวจจะมีการสอบประกอบสำนวนคดีว่า จะเป็นแชทจริงหรือปลอม
ส่วนผู้เสียหาย ได้มีการเชิญมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว 2 ครั้ง เมื่อเดือน ก.ค. 1 ครั้ง และ สัปดาห์ที่ผ่านมา 1 ครั้ง โดยล่าสุดครั้งที่ 3 เมื่อวานนี้ (2 พ.ย.) มีการติดต่อไป แต่ผู้เสียหายยังไม่สะดวกมาให้ปากคำ ซึ่งตำรวจจะต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติม
โดยเฉพาะกรณีเรื่องเสียหายอย่างไร กล่าวหาเรื่องใด เหตุเกิดเมื่อไหร่ และขาดอายุความหรือไม่ ในแต่ละข้อหามีอายุความว่า เหตุเกิดอย่าง โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย จากนั้นจะแจ้งให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่ายทราบ ซึ่งคดีดังกล่าวนั้นสามารถเจรจาไกลเกลี่ยได้
แต่หากฝ่ายผู้เสียหาย มีความประสงค์จะดำเนินคดี พนักงานสอบสวนก็ต้องรวบรวมหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ความผิดยังไม่ชัดเจน จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ ส่วนผลทางการแพทย์ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ พนักงานสอบสวนยังไม่ได้รับมา แต่ก็มีการติดตามผลอยู่เป็นระยะ
ส่วนกรณี หากเณรแอมีความประสงค์จะแจ้งความ ดำเนินคดีในฐานกรรโชกทรัพย์ ก็สามารถดำเนินการได้ โดยจะต้องแยกมาเป็นอีก 1 คดี ไม่เกี่ยวกับที่ผู้เสียหายแจ้งความ