โดยรับว่า ยังมียาเสพติดเก็บไว้ในบ้านอีก และได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้นพบ เฮโรอีน 1 แผ่น (ประมาณ 3 ขีด), เคตามีน 106 กรัม, ยาบ้า 2,000 เม็ด จึงได้จับกุมตัวในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์,ยาบ้าและเฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า”
จากการซักถามขยายผลนายกิติพงศ์ ทราบว่า ติดต่อไปรับยาไอซ์ของกลางมาจากนายชวการ อายุ 28 ปี และนายวินัย อายุ 45 ปี บริเวณปากซอยเทอดไท 76 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์บริเวณถนนเทอดไท จนพบตัวนายชวการ และนายวินัย ซึ่งมีลักษณะตรงตามที่นายกิติพงศ์ ให้การไว้ ได้ขับรถยนต์เข้าไปจอดภายในลานจอดซอยเทอดไท 77/1
จากนั้น นายชวการ และนายวินัย ได้เดินไปยังรถยนต์ ยี่ห้อมิชซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ซึ่งจอดอยู่ภายในลานจอดดังกล่าว จากนั้น นายชวการ ได้ทำการหยิบถุงพลาสติกสีดำ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับยาเสพติดที่ได้นำมาส่งให้กับนายกิติพงศ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์ 31 กิโลกรัม, ยาบ้า 228,000 เม็ด, เฮโรอีน 3 แผ่น (ประมาณ 1 กิโลกรัม), เคตามีน 10 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ปาเจโร่คันดังกล่าว จึงได้จับกุมตัวนายชวการ และนายวินัย ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า ยาไอซ์ และเฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า”