คดีที่ 4 สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.2 ได้มีการจับกุมยาเสพติด ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อ่างทอง จากนั้นได้สืบสวนขยายผล จนทราบว่า เครือข่ายดังกล่าวจะนำยาเสพติดจำนวนมากไปส่งที่ จ.สระบุรี โดยมีนายบุญครอง และ น.ส.ธิดา สามีภรรยา ใช้รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียนจังหวัดบึงกาฬ ซุกซ่อนยาเสพติด มีการอำพรางโดยติดคอกเหล็กที่กระบะหลัง ในลักษณะที่ให้เห็นว่าเป็นการบรรทุกสิ่งของทั่วไป จาก อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร โดยมี น.ส.บุหลัน และนายมะณูน สามีภรรยาอีกคู่ ใช้รถยนต์ ทะเบียนจังหวัดนครพนม ทำหน้าที่สำรวจเส้นทาง
ตำรวจ ปส.2 ได้ทำการสืบสวนติดตามรถทั้ง 2 คัน จนสามารถติดตามรถกระบะ ทะเบียนจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งบรรทุกยาเสพติด มีนายบุญครอง เป็นผู้ขับขี่ และน.ส.ธิดา นั่งไปด้วย ได้เลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันบางจาก ต.ขนงพระ อ.ปางช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมของกลางยาบ้า 19 กระสอบ จำนวน 10 ล้านเม็ด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกชุด ติดตามรถกระบะ ทะเบียนนครพนม พร้อมจับกุมนายมะณูน และ น.ส.บุหลัน ได้ที่บริเวณถนนมิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 เพื่อดำเนินคดีและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป
คดีที่ 5 ตำรวจ ปส.3 ได้ร่วมตรวจยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด ได้ที่บริเวณที่พักริมทาง กม.24 ต.ทุ่งขั่วพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า เครือข่ายกลุ่มลีซอ จะลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้า จึงเฝ้าติดตามจับกุมจนกระทั่งพบ รถยนต์ ยี่ห้อเชฟโรเล็ต ทะเบียนเชียงใหม่ ขับผ่านที่เกิดเหตุ ท่าทางมีพิรุธ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม คนขับไหวตัวทันวิ่งลงข้างทาง ซึ่งเป็นพื้นที่เขาสูงชัน อาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไป จากการตรวจสอบพบยาบ้า 500 มัด รวม 1 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในห้องโดยสาร และ ฝากระโปรงท้าย จึงได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวนก่อนขยายผลการจับกุมต่อไป
ทั้งนี้ตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ ปส. สามารถจับกุมยาเสพติดคดีสำคัญได้ 18 คดี คุมตัวผู้ต้องหาได้ 54 คน ยึดของกลางเป็นยาบ้า 20 ล้านเม็ด เฮโรอีน 220 กิโลกรัม ไอซ์ 3,250 กิโลกรัม จากนั้นยาเสพติดทั้งหมดจะถูกส่งไปตรวจพิสูจน์ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะถูกรักษาไว้ที่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อทำลายต่อไป
ด้าน พล.ต.อ.ชินภัทร ระบุว่าที่ผ่านมามีการให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ ของบริษัทขนส่งเอกชนบางแห่ง ในการช่วยตรวจสอบสินค้าที่ถูกส่งในระดับหนึ่ง ตำรวจเข้าใจในเรื่องของการทำธุรกิจขนส่งให้มีความรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันมีการวางมาตรการไปแล้ว ตอนนี้อาจจะต้องมีการวางมาตรการกันใหม่ จากคดีที่เห็นไอซ์ 350 กิโลกรัม ใช้ที่อยู่เป็นบ้านร้าง และประสานบริษัทรับส่งพัสดุให้ไปวางหน้าบ้าน พอวางเสร็จมีคนมารับของต่อไป ไม่ได้เป็นการส่งที่บ้าน ไม่มีคนเซ็นรับ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งหลังจากนี้อาจจะต้องเชิญบริษัทขนส่ง มาพูดคุยทำข้อตกลงกันใหม่ ขอย้ำว่ามีบางบริษัทที่ไม่ให้ความร่วมมือ เอาแต่ผลประโยชน์ เข้าใจธุรกิจต้องการเรื่องเงิน แต่ก็ต้องช่วยสังคมโดยรวมด้วย