สอบสวน นายอภิชาติให้การยอมรับว่า ของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง โดยก่อนถูกจับกุมตนเองประกอบอาชีพขายโทรศัพท์มือถือ โดยได้เปิดร้านขายโทรศัพท์มือถือมาประมาณ 6 ปี หลังจากนั้นทางบริษัทเครือข่ายมือถือ ได้บังคับยอดจำหน่าย เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ ผู้ซื้อซิมโทรศัพท์มือถือลงทะเบียนได้คนละไม่เกิน 5 ซิม ทำให้ยอดจำหน่ายลดลง
ต่อมาทางบริษัทได้เสนอให้ตน จำหน่ายซิมโทรศัพท์โดยการลงทะเบียนมาให้ในนามของตนเอง ซึ่งตนก็ตอบตกลง และทางบริษัทได้ให้ตัวแทนจำหน่ายติดต่อกับตนโดยตรง โดยตัวแทนจำหน่ายจะนำสินค้าซิมโทรศัพท์มือถือมาส่งให้กับตนที่ร้าน ในส่วนของซิมการ์ดของเครือข่ายเอไอเอส จะลงทะเบียนในนามนิติบุคคลชื่อโฮมวีดีโอ ซึ่งตนเป็นกรรมการผู้จัดการ โดยตนเองจะเป็นผู้ลงทะเบียนซิมการ์ดเอง ซึ่งใช้โทรศัพท์มือถือ(ของกลาง)ทั้ง 2 เครื่อง เป็นโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนซิมการ์ด
ถ้าเป็นซิมการ์ดของเครือข่ายทรูมูฟ ทางบริษัททรูมูฟจะลงเบียนมาให้ในชื่อของนายสุวัฒน์ สำหรับซิมการ์ดของเครือข่ายดีแทค ทางบริษัทจะลงเบียนมาให้ในชื่อของนางสุดสวาท สำหรับซิมของบริษัททรูมูฟจะส่งมอบให้ตนจำนวน 300 ซิม ส่วนซิมของดีแทคบริษัทดีแทคจะส่งมอบให้ตนจำนวน 300 ซิม ในส่วนของซิมเอไอเอสตนได้ลงทะเบียนครั้งละ 300 ซิม
ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายซิมการ์ดทั้งหมดประมาณเดือนละ 130,000 บาท ซึ่งได้ส่วนต่างค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 20 บาท ต่อ 1 ซิม ถ้าจำหน่ายได้เกินเป้าหมายจะได้ส่วนต่างเพิ่มขึ้นตามอัตราที่บริษัทกำหนด