สำหรับคดีหลอกระดมทุนบริษัท Richmon ที่ผู้ต้องหาก่อเหตุนั้น ถือเป็นคดีที่โด่งดังมากในไต้หวัน โดยนายโกลเด้นและนางมิยูกิ ได้ร่วมกับพวกกว่า 10 คนที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ เปิดบริษัทปลอม รู้จักกันในชื่อบริษัท Richmon โดยอ้างว่าเป็นบริษัทลูกของธนาคาร Richmon ที่อยู่ภายใต้องค์กรเจนีวายุโรป ซึ่งเป็นเครือข่ายสถาบันการเงินการธนาคารที่น่าเชื่อถือระดับสากล และได้รับสิทธิ์ในการควบคุมผลิตภัณฑ์การเงิน เช่น การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า รับประกันผลตอบแทนให้นักลงทุน
โดยผู้ต้องหามีการสร้างงบการเงินและงบกำไรขาดทุนปลอมมารายงานนักลงทุน เพื่อให้นักลงทุนเชื่อว่าได้ผลตอบแทนจริง ทุกๆ 2 เดือนได้กำไรมากกว่า 4% หรือมากกว่า 24% ต่อปี แต่ต่อมานายโกลเด้นกับพวกกลับแจ้งว่าบัญชีของบริษัท Richmon ที่อยู่ในสาธารณรัฐลัตเวียถูกอายัด ทำให้นักลงทุนสูญเงินทุนทั้งหมด ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาทได้ แต่เมื่อมีการตรวจสอบกลับพบว่าองค์กรเจนีวายุโรป และธนาคาร Richmon ที่นำมากล่าวอ้างแล้ว ไม่ได้มีอยู่จริง
ด้าน พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ระบุว่า หลังจับกุมนายโกลเด้นและภรรยาได้แล้ว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และหัวหน้าแผนกประสานงานอาชญากรรมประจำประเทศไทย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวัน ก็ได้ร่วมสอบปากคำขยายผลเพิ่มเติม เกี่ยวกับเส้นทางการเงินและทรัพย์สินอื่นๆ ของนายโกลเด้น ตลอดจนเครือข่ายนอมินีในไทย เบื้องต้นพบเป็นอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียมหรูมูลค่า 15 ล้านบาท และเงินสดในบัญชีธนาคารอีก 2 ล้านบาทเศษ
ขณะนี้ยังไม่มีการอายัดทรัพย์สินใดเนื่องจาก ต้องมีการตรวจสอบด้วยว่ามีการกระทำความผิดภายในราชอาณาจักรไทยหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการกระทำผิดภายในประเทศ ส่วนเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของทางผู้ต้องหาต้องรอเป็นดุลพินิจของศาลอีกครั้ง เนื่องจากเป็นเรื่องระหว่างประเทศ ซึ่งเบื้องต้นขณะนี้ได้มีการผลักดันตัวผู้ต้องหาส่งกลับไปที่ประเทศไต้หวันเป็นที่เรียบร้อยเพื่อให้ทางไต้หวันเป็นฝ่ายดำเนินการทางคดีต่อไป