เนชั่นทีวี

ข่าว

สตม.รวบสองผัวเมียแสบ เปลี่ยนสัญชาติหนีคดีนานกว่า 20 ปี

28 มิ.ย. 2566 | pratchawin_boo

สตม.รวบสองผัวเมียแสบ เปลี่ยนสัญชาติหนีคดีนานกว่า 20 ปี

รวบสองผัวเมียแสบ เปิดบริษัทหลอกชาวไต้หวัน ลงทุนแลกเปอร์เซ็นต์รายได้สูง เสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท ปิดบริษัทหนีออกนอกประเทศนานกว่า 20 ปี ปกปิดตัวตน ลงทุนประเทศขนาดเล็ก ก่อนได้สัญชาติเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลใหม่ เข้าไทยปี 61 ตร.ผลักดันกลับไต้หวันแล้ว

28 มิถุนายน 2566 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แถลงจับสองสามีภรรยาชาวไต้หวัน ฉ้อโกงผู้เสียหายกว่า 4 พันล้านบาท โดย พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. แถลงผลการจับกุมของชุดสืบสวน บก.ตม.1 ที่สามารถจับกุม นายโกลเด้น อายุ 64 ปี และ นางมิยูกิ อายุ 57 ปี สองสามีภรรยา ทั้งสองคนมีหมายจับของสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) หลังร่วมกันก่อเหตุฉ้อโกงผู้เสียหายรวมมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท และหลบหนีออกจากประเทศเป็นเวลานานกว่า 20 ปี

 

สตม.รวบสองผัวเมียแสบ เปลี่ยนสัญชาติหนีคดีนานกว่า 20 ปี


ก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานจากสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งสองคนร่วมกับพวกอีกกว่า 10 ราย ซึ่งมีบางส่วนถูกจับกลุ่มไปแล้ว ในฐานร่วมกันหลอกลวงประชาชน สำหรับพฤติกรรมของสองผัวเมียคู่นี้ เมื่อปี 2543 ได้ร่วมกับพวกรวม 14 คน เปิดบริษัทชื่อ Richmon อ้างว่าเป็นบริษัทลูก ของบริษัททางด้านการเงินชื่อดังระดับโลก และเปิดให้มีการลงทุน เพื่อแลกกับเปอร์เซ็นต์รายได้สูง จึงทำให้มีคนสนใจร่วมลงทุนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เฉพาะในประเทศไต้หวัน มีผู้สนใจร่วมลงทุน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 114 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งคู่เปิดบริษัทเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ก่อนจะปิดบริษัทแล้วหลบหนี ออกนอกประเทศไปนานกว่า 20 ปี

 

สตม.รวบสองผัวเมียแสบ เปลี่ยนสัญชาติหนีคดีนานกว่า 20 ปี

การหลบหนีของทั้งสองคน ใช้อุบายปกปิดตัวตน ด้วยการเดินทางไปประเทศเบลีซ ประเทศขนาดเล็กริมทะเลแคริบเบียน ในทวีปอเมริกาเหนือ และมีการลงทุน จนได้รับสัญชาติและหนังสือเดินทาง ของประเทศเบลีซ มีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ ก่อนจะเดินทางเข้าไทยเมื่อปี 2561 โดยใช้หนังสือเดินทางเบลีซ จากนั้นยังได้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนการตรวจลงตราวีซ่าเป็นประเภท PE โดยการเป็นสมาชิก Thailand Privilege card และหลบซ่อนตัวอยู่ในคอนโดหรูย่านบางนา

 

สตม.รวบสองผัวเมียแสบ เปลี่ยนสัญชาติหนีคดีนานกว่า 20 ปี


จนกระทั่งตำรวจพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือบุคคลเดียวกับที่ทางการไต้หวันออกหมายจับ จึงได้เพิกถอนวีซ่า ซึ่งเมื่อผู้ต้องหารู้ว่าถูกยกเลิกวีซ่า จึงได้จองตั๋วเครื่องบินและเก็บสัมภาระเตรียมเดินทางไปยังสิงคโปร์แทน แต่ปรากฎว่าถูกตำรวจบุกเข้าจับกุมได้ก่อนบริเวณลานจอดรถคอนโดมิเนียม ขณะกำลังหลบหนี

 

สตม.รวบสองผัวเมียแสบ เปลี่ยนสัญชาติหนีคดีนานกว่า 20 ปี

สำหรับคดีหลอกระดมทุนบริษัท Richmon ที่ผู้ต้องหาก่อเหตุนั้น ถือเป็นคดีที่โด่งดังมากในไต้หวัน โดยนายโกลเด้นและนางมิยูกิ ได้ร่วมกับพวกกว่า 10 คนที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ เปิดบริษัทปลอม รู้จักกันในชื่อบริษัท Richmon โดยอ้างว่าเป็นบริษัทลูกของธนาคาร Richmon ที่อยู่ภายใต้องค์กรเจนีวายุโรป ซึ่งเป็นเครือข่ายสถาบันการเงินการธนาคารที่น่าเชื่อถือระดับสากล และได้รับสิทธิ์ในการควบคุมผลิตภัณฑ์การเงิน เช่น การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า รับประกันผลตอบแทนให้นักลงทุน 

 

สตม.รวบสองผัวเมียแสบ เปลี่ยนสัญชาติหนีคดีนานกว่า 20 ปี


โดยผู้ต้องหามีการสร้างงบการเงินและงบกำไรขาดทุนปลอมมารายงานนักลงทุน เพื่อให้นักลงทุนเชื่อว่าได้ผลตอบแทนจริง ทุกๆ 2 เดือนได้กำไรมากกว่า 4% หรือมากกว่า 24% ต่อปี แต่ต่อมานายโกลเด้นกับพวกกลับแจ้งว่าบัญชีของบริษัท Richmon ที่อยู่ในสาธารณรัฐลัตเวียถูกอายัด ทำให้นักลงทุนสูญเงินทุนทั้งหมด ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาทได้ แต่เมื่อมีการตรวจสอบกลับพบว่าองค์กรเจนีวายุโรป และธนาคาร Richmon ที่นำมากล่าวอ้างแล้ว ไม่ได้มีอยู่จริง

 

สตม.รวบสองผัวเมียแสบ เปลี่ยนสัญชาติหนีคดีนานกว่า 20 ปี


ด้าน พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ระบุว่า หลังจับกุมนายโกลเด้นและภรรยาได้แล้ว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และหัวหน้าแผนกประสานงานอาชญากรรมประจำประเทศไทย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวัน ก็ได้ร่วมสอบปากคำขยายผลเพิ่มเติม เกี่ยวกับเส้นทางการเงินและทรัพย์สินอื่นๆ ของนายโกลเด้น ตลอดจนเครือข่ายนอมินีในไทย เบื้องต้นพบเป็นอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียมหรูมูลค่า 15 ล้านบาท และเงินสดในบัญชีธนาคารอีก 2 ล้านบาทเศษ

 

ขณะนี้ยังไม่มีการอายัดทรัพย์สินใดเนื่องจาก ต้องมีการตรวจสอบด้วยว่ามีการกระทำความผิดภายในราชอาณาจักรไทยหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการกระทำผิดภายในประเทศ ส่วนเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของทางผู้ต้องหาต้องรอเป็นดุลพินิจของศาลอีกครั้ง เนื่องจากเป็นเรื่องระหว่างประเทศ ซึ่งเบื้องต้นขณะนี้ได้มีการผลักดันตัวผู้ต้องหาส่งกลับไปที่ประเทศไต้หวันเป็นที่เรียบร้อยเพื่อให้ทางไต้หวันเป็นฝ่ายดำเนินการทางคดีต่อไป

ข่าวล่าสุด