จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ลวงเหยื่อชาวไต้หวันอ้างบัตรประกันสุขภาพถูกนำไปใช้กู้เงิน ถูกหลอกไป 20 รายเสียหายกว่า 30 ล้านบาท ค้นบ้านใช้เป็นฐานปฎิบัติการ พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์-หนังสือจิตวิทยาขั้นสูง

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวันหลอกเหยื่อตุ๋นเงินกว่า 30 ล้าน



วันที่ 15 สิงหาคม พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับตำรวจไต้หวันแถลงผลการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวันรวม 13 ราย ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการ ซึ่งทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับการประสานจากตำรวจไต้หวันว่ามีกลุ่มบุคคลชาวไต้หวันตั้งศูนย์โทรศัพท์ หรือคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยแล้วสุ่มโทรศัพท์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต(VOIP) อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ติดต่อไปหลอกลวงเหยื่อชาวไต้หวันว่าบัตรประกันสุขภาพของเหยื่อ ถูกนำไปใช้กู้เงินจนเป็นหนี้ไม่สามารถชดเชยคืนได้ ก่อนโอนสายไปให้คนในสมาชิกแก๊งที่อ้างตัวเป็นตำรวจ บอกเหยื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นคดีอาญาซึ่งส่งอัยการฟ้องศาลไปแล้ว พร้อมส่งแฟกซ์หนังสือราชการปลอมสร้างความน่าเชื่อถือ ให้เหยื่อโอนเงินเคลียร์คดี ผ่านบัญชีธนาคารที่สวมชื่อไว้ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้าย ได้เริ่มหลอกเหยื่อมาตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2561 มีผู้เสียหายชาวไต้หวันที่แจ้งความแล้ว 21 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวันหลอกเหยื่อตุ๋นเงินกว่า 30 ล้าน



ต่อมาชุดจับกุมพบว่ากลุ่มคนร้ายใช้บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ใน อ.เมือง จ.ชลบุรี เป็นฐานปฏิบัติการคอลเซ็นเตอร์ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นพบชาวไต้หวัน 13 ราย เป็นชาย 10 และหญิงอีก 3 ยึดของกลางโทรศัพท์มือถือ 44 เครื่อง พร้อมซิมการ์ดกว่า 10 ชิ้น,คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 10 เครื่อง,เราเตอร์อินเตอร์เน็ต 17 ตัว,เครื่องบันทึกเสียงพร้อมสมุดบันทึกบทสนทนาภาษาจีน ที่สำคัญยังพบหนังสือจิตวิทยาขั้นสูงในการก่ออาชญากรรม 

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวันหลอกเหยื่อตุ๋นเงินกว่า 30 ล้าน



หลังจากนี้จะทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมตัวชาวไต้หวันไปกักตัวไว้ก่อนผลักดันส่งกลับไต้หวันต่อไป โดยตำรวจไต้หวันได้บินตรงมาถึงไทย เพื่อสอบปากคำผู้ต้องหาและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนสอบสวนกับทางการไทยก่อนขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องต่อไป