ด้าน พ.ต.อ.จามร กล่าวว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลาง กำลังตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ถนนร่มเกล้า พบเห็นผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือออกมาจากรถเชฟโรเลตสีขาว โดยกลุ่มผู้ต้องหามาด้วยกัน 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปทำการตรวจสอบ ระหว่างนั้นผู้ต้องหาทั้ง 5 คนพยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมไว้ได้ทั้งหมด
ตรวจค้นรถทั้ง 2 คัน พบอาวุธปืนออโตเมติก 4 กระบอก พร้อมลูกปืนบรรจุอยู่ในแมกกาซีน และรังเพลิง นอกจากนี้ยังมีอาวุธปืนลูกโม่ รีวอลโว่ บรรจุกระสุนอยู่เต็มโม่ และอาวุธปืนลูกซอง พร้อมกระสุนลูกซอง 27 นัด รวมเครื่องกระสุนปืนทั้งหมด 61 นัด
จากการสอบสวน ผู้เสียหายและผู้ต้องหาให้การตรงกันว่าต่างรู้จักกัน โดยผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายแล้วพาขึ้นรถมา มีผู้ก่อเหตุมาในรถ 2 คัน จำนวน 5 คน แต่ทั้งหมดยังไม่ยอมให้การ ในรายละเอียด เพียงแต่บอกว่ารู้จักกัน มีการเขม่นกัน เรื่องคำพูดจาที่ไม่เข้าหู ขณะนี้ตัวผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่ได้นำตัว ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ขณะที่ทางญาติของผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความเรื่องการทำร้ายร่างกาย และการกักขังหน่วงเหนี่ยวที่ สน.ร่มเกล้า ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุไว้แล้ว
ส่วนของ สน.มีนบุรี จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เกี่ยวกับความผิดเรื่องมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และเรื่องการใช้ทะเบียนรถยนต์ปลอม
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา คาดว่าน่าจะมีสาเหตุของความบาดหมางขัดแย้งที่มากกว่านี้ ต้องรอสอบสวน รวมทั้งตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาและผู้เสียหายทั้งหมด ว่าเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับประเด็นใดบ้าง รวมถึงการตรวจสอบอาวุธปืน ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีทะเบียน แต่มีอาวุธปืน 1 กระบอกที่มีการขูดลบทะเบียนออกไป