สำหรับ น้องฝ้าย (สงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาเยาวชนหญิง เป็นนางนกต่อ ไม่ได้นำมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งตำรวจ สภ.เมืองตรัง ได้ควบคุมตัวไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ตรัง เพื่อให้ทีมสหวิชาชีพสอบปากคำและนำไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะนำตัวส่งฝากขังที่ ศาลเด็กและเยาวชน จ.ตรัง
ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย
- 1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
- 2.ร่วมกันปล้นทรัพย์ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
นอกจากนี้ได้มีการเปิดผลจากการผ่าชันสูตรพลิกศพของผู้ตายเบื้องต้น พบว่า มีสารของยานอนหลับและแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย
ทั้งนี้ การตั้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” นั้น หมายถึง การที่ผู้ลงมือกระทำความผิดได้คิดไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะฆ่าใคร ได้ทบทวนแล้วจึงตัดสินใจ ตกลงใจที่จะฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญาในมาตรา 289 (4) ได้บัญญัติโทษไว้เพียงสถานเดียว คือโทษ “ประหารชีวิต”
จากการสอบสวนอย่างละเอียด ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ผู้ตายได้มาเปิดห้องพักเบอร์ 5 ที่รีสอร์ทดังกล่าว โดยนัดกับ น้องฝ้าย ที่เคยนัดซื้อบริการกันมาแล้วก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง เพื่อมาร่วมหลับนอนกันที่รีสอร์ท แต่ปรากฏว่าฝ่ายหญิงได้ใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายภาพผู้ตายเปลือยกายขณะร่วมหลับนอน ทำให้ผู้ตายไม่พอใจ ประกอบกับความมึนเมา ผู้ตายจึงได้ตบหน้าของน้องฝ้ายไป 1 ครั้ง
จากนั้น น้องฝ้าย ได้แชทไลน์ไปหานายเจ เพื่อระบายความโกรธแค้นที่ถูกผู้ตายกระทำ นายเจ จึงชักชวนนายอิฐ มาเปิดห้องพักใกล้กัน โดยน้องฝ้าย อาศัยจังหวะที่ผู้ตายนอนหันหลังให้ แอบเปิดประตูนำนายเจ เข้ามาซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ จนกระทั่งผู้ตายเข้าห้องน้ำ นายเจ จึงลงมือแทงไม่ยั้ง คมมีดเข้าที่ลำคอ 1 แผล ด้านหน้าลำตัว 9 แผลและบริเวณด้านหลัง 11 แผลรวมกว่า 20 แผล ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะหลบหนีไป พร้อมทรัพย์สินของผู้ตายจำนวนหลายรายการ
ขณะที่ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) น้องภรรยาของนายซีรุย ลี ผู้ตาย กล่าวว่า ผู้ตายเป็นคนใจดีและพนักงานทุกคนรักผู้ตายมาก แต่จะเป็นเรื่องของการไม่จ่ายค่าบริการหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่รู้ว่าผู้ตายเป็นคนนิสัยดีมาก ส่วนเรื่องอื่น ๆ ตนไม่ทราบ และไม่เชื่อตามคำให้การของผู้ต้องหา
ขณะที่พนักงานบริษัทของผู้ตาย กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าจะไม่มีการวางแผนมาก่อนล่วงหน้า เพราะมีการนำยานอนหลับมาใช้ด้วย และไม่เชื่อว่าเป็นแค่เรื่องชู้สาว เพราะทำงานกับผู้ตายมานาน หากแค่เรื่องค่าบริการหญิงสาวที่ไม่จ่ายเงิน ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะผู้ตายเป็นคนใจดีมาก และเชื่อว่าผู้ต้องหาพูดโกหก
พ.ต.อ. อภิชัย กรอบเพชร รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า คดีนี้ปิดคดีได้แล้วด้วยการจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 3 คนและแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยมีความผิดเกี่ยวกับการทรัพย์ด้วย ได้นำตัวผู้ต้องหาหญิงไปสอบปากคำต่อโดยสหวิชาชีพเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้กำลังนำไปตรวจร่างกาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน
จากการสอบสวนผู้ตายกับหญิงอายุ 17 ปีรู้จักกันและนัดพบกันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยตรวจสอบจากบัตรประชาชนแล้วว่าเป็นเยาวชนจริง ส่วนผู้ต้องหาชาย-หญิงรู้จักกันมาก่อน เพราะอยู่ จ.สตูล ด้วยกัน ส่วนที่อ้างว่าผู้ตายไม่ได้จ่ายเงินให้เป็นคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา แต่ตำรวจยังต้องตรวจสอบพยานหลักฐานอื่น ๆ เช่น การแชททางโทรศัพท์ พยานหลักฐานที่เป็นเทคโนโลยีอีกที เพราะไม่ได้เชื่อคำให้การของผู้ต้องหาเสียทีเดียว
ส่วนปมจ้างวานฆ่ายังไม่มีพยานหลักฐาน แต่เป็นการร่วมกันฆ่าทั้ง 3 คน ซึ่งตกลงกันว่าไม่พอใจผู้ตาย จึงร่วมกันฆ่า ซึ่งผู้ตายไม่พบความขัดแย้งกับใคร ส่วนธุรกิจไม้ยางกำลังตรวจสอบ ซึ่งคนร้ายได้เงินของผู้ตายไปประมาณหมื่นกว่าบาท เบื้องต้นยังไม่พบว่าผู้ต้องหาเคยก่อคดีลักษณะนี้มาก่อน และไม่พบสารเสพติดในร่างกายของผู้ตาย รวมทั้งผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย
อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้ตำรวจสรุปว่า เป็นการฆ่าเพื่อปล้นทรัพย์ โดยไม่มีผู้จ้างวาน แต่ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องชู้สาวระหว่างน้องฝ้ายกับนายเจ อยู่ในระหว่างการติดตามรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งนายเจ เคยเป็นอดีตทหารเกณฑ์ใน จ.ยะลา ชอบสะสมอาวุธมีด แต่ไม่มีประวัติติดยาเสพติดและคดีอาชญากรรมติดตัว