ดังนั้น การกระทำของนายสันธนะ จึงเป็นการใส่ความ เหยียดหยาม ด้อยค่าการประกอบวิชาชีพทนายความ และทำให้ตนเองเสียชื่อเสียง จึงได้ยื่นฟ้องนายสันธนะ พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน จำนวน 5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระหนี้แล้วเสร็จ และให้นายสันธนะ จ่ายค่าธรรมเนียม และค่าทนายความแทนด้วย
นอกจากนี้ ขอให้นายสันธนะ จ่ายโฆษณาคำพิพากษา และคำขอโทษตนเองเป็นเวลา 7 วัน ผ่านสื่อโทรทัศน์ 10 สื่อ สื่อหนังสือพิมพ์ 14 สื่อ และสื่อออนไลน์ 21 สื่อ รวมทั้งสิ้่น 45 สื่อ ด้วย
ด้าน นายสันธนะ ประยูรรัตน์ หรือ รองต่อ อดีตนายตำรวจสันติบาล เดินทางไปที่ศาลอาญารัชดาทันทีหลังทราบข่าวว่า นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มายื่นฟ้องร้องต่อศาลกล่าวหาตัวเองในข้อหาหมิ่นประมาท
นายสันธนะ เผยถึงเหตุผลที่มาศาลว่า เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาจึงเดินทางมารับคำฟ้องของทนายอนันต์ชัย และเตรียมนำคำฟ้องไปยื่นต่อสภาทนายความฯ ให้ตรวจสอบวิชาวิพทนายความ พร้อมยังได้ท้าทายให้นายชูวิทย์ รับคำท้าด้วยเงินเดิมพัน 100 ล้านบาท หากใครแพ้การต่อสู้คดีในชั้นศาล
ส่วนที่ นายชูวิทย์ ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท และแจ้งความเท็จ กรณีไปบุกสถานบริการที่โรงแรมเดวิด และกล่าวหาว่ามีการใชสารเสพติดนั้น ศาลได้นัดสอบคำให้การวันที่ 15 พฤษภาคม นายสันธนะยืนยันว่าพร้อมต่อสู้คดีและจะเดินทางมาตามนัดอย่างแน่นอน