พล.ต.ต.เจนกมล ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ของจเรตำรวจแห่งชาติ ตามคำสั่งของ ผบ.ตร. ในเรื่องนี้นั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ เพื่อจะเอาผิดกับ พ.ต.ท.มานะพงษ์ แต่อย่างใด แต่เป็นการตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะตรวจสอบให้ได้ความจริง และให้ได้รายละเอียดเพิ่มเติมจากที่ปรากฏในเอกสารที่ พ.ต.ท.มานะพงษ์ ชี้แจงต่อคณะกรรมการตุลาการไป
หากมีพยานหลักฐานพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจคนใดว่า กระทำผิดทางวินัย หรือทางอาญา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวอย่างไรแล้ว คณะกรรมการก็จะทำรายงานสรุปเสนอ ผบ.ตร.เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
โดยสำหรับกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบที่กำหนดให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานมากกว่านั้น ก็จะขออนุมัติขยายเวลาออกไปอีก อีกทั้งเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกๆ ประเด็นเป็นไปอย่างละเอียดรอบคอบ และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
"ตนได้เน้นย้ำกับคณะกรรมการว่า จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากพบพยานหลักฐานบ่งชี้ว่ามีผู้ใดกระทำผิดก็จะไม่มีการละเว้นอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม สำหรับ ผบก.ปส.3 ที่คณะกรรมเชิญมาให้ข้อมูลในวันที่ 22 มี.ค. 2566 นั้น ยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิม" พล.ต.อ.วิสนุ ระบุ