ขณะที่ นายเกรียงศักดิ์ ทนายความระบุว่า ที่เข้ามาแจ้งความวันนี้ ในส่วนของการ์ด ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย และพกพาอาวุธมีด และอยากให้ตำรวจตรวจสอบสถานบันเทิงที่เกิดเหตุว่า มีการเปิดให้บริการเกินที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยเรื่องที่เกิดขึ้นทางร้านไม่เคยติดต่อกลับผู้เสียหายเลย
ด้าน นายประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ ทนายความของทางร้าน พร้อมด้วย นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร ได้เดินทางมาที่กองปราบ เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย และแสดงความรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นโดยบอกว่าที่ผ่านมาพยายามติดต่อหาผู้เสียหายแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อรู้ว่าวันนี้จะเข้ามาแจ้งความจึงเดินทางมารอเพื่อขอเจรจา
นายสง่า ระบุว่า หลังเกิดเหตุได้พูดคุยกับกลุ่มการ์ดผู้ก่อเหตุ บอกว่าเป็นความเข้าใจผิดคิดว่านักท่องเที่ยว จะขโมยน้ำดื่ม แต่ก็ยอมรับว่ามีการใส่กุญแจมือซึ่งเป็นการทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งหลังเกิดเหตุได้เรียกเจ้าของร้านมาทำความเข้าใจมาตรการ โดยมีการสั่งปิด 3 วันตามที่ทำข้อตกลงกันไว้ในมาตรการ
ด้านนายประสิทธิ์ ยืนยันว่า ทางร้านไม่ได้ละเลยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังเกิดเหตุได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมไล่การ์ดชุดที่ดูแลความปลอดภัยวันเกิดเหตุออก 6 คน รวมทั้งผู้จัดการร้านอีก1คน
“หลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบ ยืนยันได้ว่า การ์ดไม่ได้ใช้อาวุธมีดก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวอ้าง ส่วนเรื่องการใช้กุญแจมือปกติจะต้องเป็นการ์ดที่ผ่านการอบรมจึงจะใช้ได้ แต่การ์ดชุดนี้ยอมรับว่ามีการใช้กุญแจมือโดยพลการ” นายประสิทธิ์ กล่าว