พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องสูญเสียข้าราชการตำรวจที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยตัวเอง และพยายามสกัดจับผู้ต้องสงสัยให้ได้ ซึ่งหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.จริภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดให้ได้ ก่อนผู้ต้องหาจะยอมมามอบตัวกับตำรวจภายหลังที่ สภ.ลำลูกกา เบื้องต้นดำเนินคดีฐาน ฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หากพบความผิดอื่นจะดำเนินคดีทั้งหมด
สำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ นั้น บช.ก.และ บก.ทล.จะดูแล และเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และ พล.ต.ท.จิรภพ ยังจะช่วยเป็นการส่วนตัวอีก 5 แสนบาท ส่วนเรื่องการเลื่อนยศ และตำแหน่งนั้น จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ เช่นเดียวกับทายาทหากประสงค์รับราชการเป็นข้าราชตำรวจ
ด้าน พล.ต.ต.เอกราช กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตได้ปฏิบัติตามหน้าที่ เปิดสัญญาณเสียงไซเรน และไม่ได้เข้าไปปะทะ แต่เป็นเจตนาผู้ก่อเหตุที่หักรถเข้ามา ทำให้เกิดความเสียหาย ต่อการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ก่อเหตุมีประวัติถูกดำเนินคดีเรื่องเมาแล้วขับ เบื้องต้นศาลธัญบุรี ได้สั่งค้านประกันตัวเรียบร้อย โดย บก.ทล.จะนำกรณีนี้ไปถอดบทเรียนเพิ่มเติม
ขณะที่ ส.ต.อ.ภาสกร ตรีภพ ผบ.หมู่ ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล.เพื่อนคู่บัดดี้หมู่หนุ่ม กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันกับ หมู่หนุ่ม มา 3 ปี แต่อยู่คนละเขตตรวจ ซึ่งผู้ตายเป็นคนที่นิสัยดี และร่าเริง เจอคนเดือดร้อนไม่ได้ จะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นรถยางแตกยางรั่ว หรือถ้าช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง ก็อุ้มโดยไม่รังเกียจ ยอมอดหลับอดนอนทำงาน มองว่าคงจะหาตำรวจดีๆ แบบนี้ไม่ได้ อยากให้ทุกคนจำภาพตำรวจน้ำดีของเขาไว้
"ยอมรับว่า ตนก็ใช้จักรยานยนต์เช่นกัน ส่วนตัวตอนนี้ ยังทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าเพื่อนจะต้องมาจากกันแบบนี้ เพราะคืนก่อนเกิดเรื่องยังไลน์คุยเล่นหากันอยู่ ล่าสุดในงานกินเลี้ยงยังแย่งกินไอศครีมถ้วยเดียวกันอยู่เลย อีกทั้ง หมู่หนุ่ม ยังมาพูดคุยกับเพื่อนๆ ว่าได้สู่ขอแฟนและเตรียมขอแต่งงานแล้ว" ส.ต.อ.ภาสกร ระบุ