เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทนายรณรงค์" นำเหยื่อชนท้ายรถบรรทุกไม่เปิดไฟเลี้ยว ร้องผบช.น.เร่งรัดคดี

22 ก.พ. 2566 | ratchata

"ทนายรณรงค์" นำเหยื่อชนท้ายรถบรรทุกไม่เปิดไฟเลี้ยว ร้องผบช.น.เร่งรัดคดี

"ทนายรณณรงค์" นำเหยื่อชนท้ายรถบรรทุกไม่เปิดไฟเลี้ยว จนกลายเป็นคนพิการนอนติดเตียง ร้องผบช.น.เร่งรัดคดี เหตุคู่กรณ๊ไม่เยียวยาและไร้การดูแล หมดค่ารักษาเกือบ 2 ล้าน

22 กุมภาพันธ์ 2566 ร้องขอความเป็นธรรมเหยื่อชนท้ายรถบรรทุก โดย ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย นางทับทิม ขจรนาม อายุ 40 ปี มารดาของนายอมรเทพ ครุฑบางยาง อายุ 18 ปี พร้อมสามีและบุตรชาย ซึ่งเป็นผู้เสียหายและเป็นผู้ป่วยติดเตียง เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เพื่อขอให้เร่งรัดคดี 

เนื่องจากพนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี ทำคดีล่าช้า อ้างว่าไม่เคยเจอคดีแบบนี้มาก่อน ผู้เสียหายพิการพูดไม่ได้ เลยทำให้สอบปากคำสรุปสำนวนไม่ได้ โดยมีพล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผู้บังคับการอำนวยการ บช.น. เป็นตัวแทนรับหนังสือ 

ในวันนี้ ทนายรณรงค์ และครอบครัวผู้เสียหาย ได้พาผู้เสียหายเดินทางมาในรถพยาบาลด้วย ก่อนจะให้ทางมารดาเป็นตัวแทนส่งหนังสือ 
"ทนายรณรงค์" นำเหยื่อชนท้ายรถบรรทุกไม่เปิดไฟเลี้ยว ร้องผบช.น.เร่งรัดคดี

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 9:00 นายอมรเทพขับรถจักรยานยนต์ไปฝึกงานย่านลำหิน จนมาประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อที่ไม่เปิดไฟเลี้ยว บริเวณถนนเชื่อมสัมพันธ์ ด้านหน้าโรงเรียนฝึกอาชีพ กรุงเทพมหานคร (หนองจอก) ตรงข้าม Bangkok arena แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก 

อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก เลือดคั่งในสมอง สมองบวม กะโหลกศีรษะแตก ปอดฟกช้ำทั้งสองข้าง อาการสาหัสจนกลายเป็นคนพิการนอนติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องเจาะคอให้อาหารทางสายยาง และส่งผลเรียนไม่จบ ทั้งที่อยู่ชั้น ปวช.3 อนาคตกำลังไกล 
"ทนายรณรงค์" นำเหยื่อชนท้ายรถบรรทุกไม่เปิดไฟเลี้ยว ร้องผบช.น.เร่งรัดคดี

นางทับทิม กล่าวว่า ตนได้ทวงถามไปยังพนักงานสอบสวน ที่ สน.ลำผักชี เกี่ยวกับการดำเนินคดีและแจ้งข้อหาคู่กรณีมาแล้วหลายครั้ง แต่คดีไม่คืบหน้า พนักงานสอบสวนแจ้งว่า เป็นประมาทร่วมและสอบปากคำกับลูกชายไม่ได้ เนื่องจากลูกชายไม่สามารถพูดได้ เป็นคดีที่ยาก 

ตนเองจึงอยากให้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ช่วยติดตามเร่งรัดคดี โดยเฉพาะประเด็นการระบุว่าเป็นประมาทร่วม เนื่องจากยังคงคาใจว่าเป็นการประมาทร่วมได้อย่างไร เพราะคู่กรณีเป็นฝ่ายไม่เปิดไฟเลี้ยว และลูกชายตนเองก็ขับรถไปตามทางตรงปกติ 

นางทับทิม กล่าวอีกว่า มีพยานหลักฐานเป็นคลิปวงจรปิดมายืนยันให้ตำรวจดู แต่ทางตำรวจก็ยังสรุปว่าเป็นประมาทร่วม ซึ่งหลักฐานทั้งคลิปจากกล้องวงจรปิดและใบชันสูตรบาดแผล ก็เป็นสิ่งที่ตนเองต้องไปตามหามาเอง พนักงานสอบสวนไม่ได้ข่วยค้นหาพยานหลักฐานดังกล่าว หลังจากนี้ตนเองก็พร้อมที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล 

ขณะที่คู่กรณีหลังเกิดเหตุก็ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่เคยมาเยียวยาหรือสอบถามอาการบาดเจ็บของลูกชายแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมาต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองมามากกว่า 2 ล้านบาทแล้ว 
"ทนายรณรงค์" นำเหยื่อชนท้ายรถบรรทุกไม่เปิดไฟเลี้ยว ร้องผบช.น.เร่งรัดคดี
ด้านทนายรณรงค์ ระบุว่า ต้องการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เนื่องจากคดีผ่านมาครึ่งปีแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เป็นคดีที่ไม่มีความซับซ้อน ไม่ใช่คดีชนแล้วหนี กรณีเช่นนี้พนักงานสอบสวนสามารถส่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลได้ทันที แต่กลับไม่ดำเนินการอะไรเลย 

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้นายจ้างต้นสังกัดผู้ขับขี่รถบรรทุกคันดังกล่าว มาร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะเป็นรถรับจ้างขนของให้บริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่งที่จังหวัดชลบุรี และมีกำลังพอทรัพย์พอที่จะสามารถเยียวยาได้ ถ้าไม่ออกมารับผิดชอบตนจะเดินทางไปหาถึงหน้าบริษัท ทั้งนี้คงไม่ถึงขั้นดำเนินคดี ม.157 กับพนักงานสอบสวน เพราะไม่ได้ทุจริตจนทำมห้คดีล่าช้า แต่การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ คงต้องให้ทางตำรวจดำเนินการทางวินัยต่อไป 

เบื้องต้น พล.ต.ต.อนุวัฒน์ ได้เชิญแม่ของผู้เสียหายและทนายความไปซักถามข้อเท็จจริง รวมถึงประสานตำรวจท้องที่ ให้เร่งรัดติดตามคดี โดยทนายรณรงค์ ออกมาเปิดเผยภายหลังการพูดคุยว่า ทางพนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี ได้เรียกผู้ขับขี่รถบรรทุกคู่กรณี เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ในช่วงเที่ยงวันนี้ ซึ่งหากคู่กรณีมาตามกำหนด ครอบครัวก็จะเดินทางไปพูดคุยไกล่เกลี่ย หากผู้ขับขี่รับสารภาพ ทางตำรวจจะนำตัวส่งศาลในวันพรุ่งนี้ (23 ก.พ.)
"ทนายรณรงค์" นำเหยื่อชนท้ายรถบรรทุกไม่เปิดไฟเลี้ยว ร้องผบช.น.เร่งรัดคดี

ข่าวล่าสุด