เนชั่นทีวี

ข่าว

สวมรอยเป็นจนท.กรมบังคับคดี หลอกขายเครื่องจักร เหยื่อสูญ 1.5 ล้านบาท

14 ม.ค. 2566

สวมรอยเป็นจนท.กรมบังคับคดี หลอกขายเครื่องจักร เหยื่อสูญ 1.5 ล้านบาท

รวบหนุ่มปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี หลอกขายเครื่องจักรอุตสาหกรรม เหยื่อหลงเชื่อสูญเงิน 1.5 ล้านบาท

14 มกราคม 2566 ชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้ออกลาดตระเวนออนไลน์ ได้รับแจ้งถึงความเดือนร้อนจากประชาชนว่า มีคนร้ายแต่งเครื่องแบบเป็นเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี หลอกเหยื่อเสนอขายเครื่องจักรอุตสาหกรรมความเสียหาย 1.5 ล้านบาท ของกรมบังคับคดี สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และความเสียหายต่อภาพลักษณ์เจ้าหน้าที่รัฐเป็นอย่างมาก

ล่าสุด พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้สั่งการให้  พ.ต.ต.คมกริช  เงินคุณด้วง สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.สัญญลักษณ์  สังขะภักดี สว.สส. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 1 กก.สส.3 บก.สส.บช.น จับกุมตัว นายอาทิตย์ พิมพ์สันเทียะ อายุ 45 ปี ที่จับกุมบ้านพักในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.13/2566 ลงวันที่ 10 มกราคม 2566

พร้อมกล่าวหาว่า “ฉ้อโกง, แสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”
สวมรอยเป็นจนท.กรมบังคับคดี หลอกขายเครื่องจักร เหยื่อสูญ 1.5 ล้านบาท

พร้อมของกลาง จำนวน 14 รายการ ประกอบด้วย

  • 1.เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกากี จำนวน 1 ตัว
  • 2.กางเกงขายาวสีกากี จำนวน 1 ตัว
  • 3.เข็มขัดด้ายถักสีกากีหัวเข็มขัดโลหะสีทอง    จำนวน  1 เส้น
  • 4.อินทรธนูแบบอ่อน จำนวน 1 คู่
  • 5.แพรแถบย่อของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จำนวน  1 ชิ้น
  • 6.ป้ายชื่อ ชื่อนายธนพล ไพศาลธนวัฒน์ จำนวน  1 ชิ้น
  • 7.รองเท้าหนังสีดำหุ้มส้น จำนวน  1 คู่
  • 8.นาฬิกาข้อมือสีทอง จำนวน  1 เรือน
  • 9.กระเป๋าถือหนังสีน้ำตาล จำนวน  1 ใบ
  • 10.กนกคอหรือเข็มติดปกเสื้อ จำนวน 1 คู่
  • 11.เสื้อคลุมแขนยาวสีดำ จำนวน 1 ตัว
  • 12.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง สีขาว จำนวน 1 เครื่อง
  • 13.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อทีซีแอล สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
  • 14.เอกสารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 แผ่น


พร้อมทั้งได้ตรวจสอบพบว่ามีหมายจับอีก 1 ฉบับ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนท์บุรี ที่ 40/2565 ลงวันที่ 24 มกราคม 2565 ในความผิด "ร่วมกันฉ้อโกงโดยการ แสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน"
สวมรอยเป็นจนท.กรมบังคับคดี หลอกขายเครื่องจักร เหยื่อสูญ 1.5 ล้านบาท

สำหรับ พฤติการณ์การกระทำความผิด เมื่อเดือนกันยายน 2564 ผู้ต้องหาได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีหลอกลวงผู้เสียหาย โดยอ้างว่าตนเองเป็นนายหน้า ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของโรงงานที่ต้องการจะขายเครื่องจักรอุตสาหกรรม มาเสนอขายเครื่องจักรอุตสาหกรรมให้กับผู้เสียหายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้นัดทำสัญญาซื้อขายและจ่ายเงินสด จำนวน 1.5 ล้านบาท ที่กรมบังคับคดี บางขุนนนท์ และเมื่อผู้เสียหายส่งมอบเงินให้ผู้ต้องหาแล้ว ผู้เสียหายได้ไปติดต่อที่โรงงาน ปรากฎว่าเจ้าของโรงงานไม่ทราบถึงการซื้อขายดังกล่าว และไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ จึงทราบว่าถูกผู้ต้องหาหลอกลวงเอาทรัพย์ไป

จากการซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาจะติดต่อเหยื่อผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หลังจากนั้นมีการพูดคุยกันผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยผู้ต้องหาจะใช้ไลน์ชื่อ “ธนพล โจโจ้” ในการติดต่อกับผู้เสียหาย สร้างความน่าเชื่อถือโดยการบอกว่าตนเองเป็นเจ้าพนักงานกรมบังคับคดี 
สวมรอยเป็นจนท.กรมบังคับคดี หลอกขายเครื่องจักร เหยื่อสูญ 1.5 ล้านบาท
นายอาทิตย์ ระบุว่า หลังจากได้เงิน 1.5 ล้านบาทมาแล้ว นำเงินดังกล่าวไปให้ นายโต้ง ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งนายโต้ง เป็นผู้นำเอกสารสัญญาการซื้อขายเครื่องจักรมาให้ตน เพื่อไปทำสัญญาการซื้อขายกับผู้เสียหาย โดยที่ตนได้เงินส่วนแบ่งจำนวน 200,000 บาท หลังจากได้เงินมาก็นำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า หากใครถูกคนร้ายรายนี้ซึ่งปลอมเป็นเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีหลอกให้แจ้งมายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. และขอเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติอย่างหลงเชื่อกลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยให้สอบถามมาที่เราถึงแม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.
สวมรอยเป็นจนท.กรมบังคับคดี หลอกขายเครื่องจักร เหยื่อสูญ 1.5 ล้านบาท