สำรวจ"สตรีทฟู้ด" ในสามเหลี่ยมทองคำ ราคาที่ไม่ธรรมดา
ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ที่มีบริษัทดอกงิ้วคำ เป็นเจ้าของสัมปทานและพัฒนาพื้นที่ ภายใต้การนำของ"จ้าว เหว่ย" ประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ หรือที่รู้จักกันว่า เจ้าพ่อ"คิงส์โรมัน"
ถ้าดูจากการพัฒนาพื้นที่ขณะนี้ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขยายพื้นที่โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งสนามบิน และแหล่งท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักลงทุนจากทั่วโลก ซึ่งก็คืบหน้าไป60%แล้ว
แต่หากดูจากวิถีชีวิตในพื้นที่ของเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งคนลาว และคนจีน คนพม่า อาศัยและทำงาน ทำธุรกิจอยู่ในพื้นที่
คนเหล่านี้ นอกจากจะทำงานในบริษัทดอกงิ้วคำ และทำงานให้กับร้านค้าของนักลงทุนต่างๆตามโรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิงแล้ว ก็มีการทำมาค้าขายแนวสตรีทฟู๊ด ร้านชำ เหมือนในประเทศไทยด้วย
หากดูราคาอาหารทั่วไป ที่ขายตามแหล่งท่องเที่ยว ต่างๆ แนวสตรีทฟู๊ดส์ ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้น น้ำผลไม้ปั่น ชานมไข่มุก ไอศครีม กล้วยทอด และอื่นๆ ราคาจะคิดเป็นมูลค่าเงินหยวน ซึ่งหากคิดเป็นเงินไทยถือว่ามีราคาสูง เช่น ชาไข่มุก แก้วละ 20 หยวน หรือ 100 บาทไทย กล้วยทอดชุดละ 20 หยวน หรือ 100 บาทไทย ซึ่งปริมาณก็เหมือนกับที่เราซื้อรับประทานในประเทศไทยปกติเลย
จากการสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทดอกงิ้วคำ ทำให้รู้ว่า ที่ราคาสูง เพราะหากใครจะเข้ามาทำการค้าขายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จะต้องเสียภาษี2ต่อ คือ เสียภาษีให้กับรัฐบาลลาว และเสียภาษีให้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ ที่มีบริษัทดอกงิ้วคำเป็นเจ้าของสัมปทานด้วย แต่หากออกไปนอกพื้นที่เขตราคาก็จะเป็นราคาปกติ
เมื่อ"นักข่าวเนชั่นทีวี" ได้สอบถามพ่อค้าแม่ค้า พวกเขาบอกว่า พวกวัตถุดิบก็ซื้อมาจากฝั่งไทย แต่การค้าขาย อย่างในแหล่งท่องเที่ยว เกาะดอนซาว มีค่าเช่าที่เดือนละประมาณ 10,000 บาท แต่พ่อค้าแม่ค้าบอกว่า ยอดขายบางวันก็สูงถึง 10,000 บาท เท่ากับว่าในวันเดียวก็ได้ค่าเช่าที่คืนแล้ว และก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่คนลาวตัดสินใจมาร่วมลงทุนเปิดร้านขายของเล็กๆในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะพวกเขามองเห็นโอกาสของการเติบโตของเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะทำให้พวกเขามีรายได้ที่มากยิ่งขึ้น
คลิป>>> ส่องวิถีชีวิต อาณาจักรคิงส์โรมันที่ไม่หลับใหล EP.2