โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมปีที่แล้ว มีพฤติการณ์หลอกลวงคนไทยโดยการลงโฆษณาจัดหางานผ่านทางอินเทอร์เน็ตในลักษณะเปิดรับสมัครมาทำงาน บริเวณชายแดนไทย - เมียนมาร์ ฝั่งแม่สอด เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ ขบวนการจะนัดเหยื่อไปพบที่แม่สอด ก่อนบังคับพาข้ามฝั่งไปยังเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ โดยใช้เส้นทางธรรมชาติเดินเท้าผ่านป่าข้ามแม่น้ำเมย
หลังจากนั้นจะบังคับให้ผู้เสียหายโทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อคนไทยด้วยกันเองเข้าร่วมลงทุนเงินดิจิทัลหรือบิทคอยน์ แต่ในระหว่างผู้เสียหายถูกบังคับให้ทำงาน ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากทางการไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยประสานความช่วยเหลือกับเมียนมาร์ จนสามารถช่วยเหลือคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อได้ทั้งหมด 7 คน เป็นผู้หญิง 5 คน และผู้ชาย 2 คน
ผู้เสียหายที่ถูกหลอกไปทำงานให้การว่า ขบวนการนี้จะใช้วิธีการ Scammer โดยการปลอมโปรไฟล์ของผู้เสียหายแต่ละคนในแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เช่น Tinder, Badoo เป็นต้น แล้วนำแอพเหล่านี้ติดต่อกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายเพื่อหลอกลวงชักชวนให้ลงทุน เมื่อมีคนสนใจและหลงเชื่อให้ข้อมูล ก็จะส่งข้อมูลของเหยื่อให้คนมาเลเซียและคนฟิลิปปินส์ในขบวนการดำเนินการต่อ
ส่วนพวกตนถูกบังคับให้ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดและถูกบังคับให้ทำงานตามยอดที่ตั้งเอาไว้หรือจำนวนคนที่สามารถชักชวนได้ โดยข้อมูลตรงนี้ผู้เสียหายไม่ได้ให้การโดยละเอียก หากไม่ทำงานหรือไม่สามารถทำงานได้ถึงเป้า ก็จะถูกส่งเข้าห้องขังหรือห้องดำ บางคนถูกทำร้ายร่างกาย จับโกนผม บางรายถึงขนาดถูกไฟฟ้าช็อต และหากจะเดินทางกลับประเทศ ต้องจ่ายเงิน 50,000 บาทเพื่อไถ่ตัวเองกลับประเทศ บางคนทนไม่ไหวถึงขนาดติดต่อให้ญาตินำรถนำที่ดินมาจำนองเพื่อหวังว่าจะได้กลับบ้าน จึงเป็นที่มาของการร้องขอความช่วยเหลือกับทางการไทย