กระทั่งต่อมาตำรวจสืบทราบว่า ปัจจุบันนายนัฐวิทย์ ได้หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และยังคงมีพฤติกรรมรับจำนำอาวุธปืนเช่นเดิม จึงนำกำลังตามจับกุมตัว ได้พร้อมของกลางอาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก และ เครื่องกระสุนอีกจำนวน 40 นัด สอบสวน นายนัฐวิทย์ ให้การรับสารภาพว่า ได้เปิดรับจำนำปืนจริง โดยปืนเถื่อนจะรับจำนำอยู่ที่ 1,500 - 4,000 บาท ส่วนปืนมีทะเบียน จะอยู่ที่ราคาประมาณ 30,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพของปืน
อย่างไรก็ตามเนื่องจากการเข้าจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้พบ นายนัฐวิทย์ มีการครอบครองปืนเถื่อนจำนวน 2 กระบอก จึงนำตัวส่ง สภ.เมืองนครราชสีมา ดำเนินคดีในความผิดฐาน ”ครอบครองอาวุธปืนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน” ก่อนประสาน สน.ปทุมวัน ทำการอายัดตัวไปดำเนินการ ตามขั้นตอนกฎหมายจับต่อไป