เหมือนกับการเห็นสิ่งที่ลอยอยู่บนผิวน้ำแข็ง เห็นโผล่พ้นน้ำเพียงน้อยนิด แต่อยู่ใต้น้ำแข็งยังมีอีกจำนวนมาก เพราะวันนี้คนคลั่งยา และยาเสพติดมีจำนวนมาก แต่รัฐบาลไม่ทำอะไร ตนเองจึงขอเอา ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ของนายกรัฐนตรีมาใช้
โดยสาเหตุที่เกิดขึ้นมี 2 อย่างคือ 1.การซื้อขายตำแหน่ง เพราะปัจจุบันตำแหน่งผู้กำกับดีๆ มีราคาถึง 30 ล้านบาท เหมือนซื้อขายตึกทำเลทอง
“ตำรวจจะไปเอาตังค์ที่ไหน สุดท้ายต้องไปหากินตามอบายมุข ซ่อง บ่อน หวย และสิ่งที่ดีที่สุดคือ ยา ตอนสมัยตนเองอยู่ จับได้ 10-20 ตัน เผาเกลี้ยงหมด หากตำรวจจับยาได้ มีรางวัลจูงใจเม็ดละ 50 สตางค์ แต่ตอนนี้ไม่เห็น ผมไม่ด่าตำรวจ แต่ด่าฝ่ายการเมืองที่หาแดกกับการโยกย้ายตำรวจ ที่เขาต้องซื้อตำแหน่ง อันนี้บาปกรรมมาก สุดท้ายบาปกรรมต้องมาตกที่ประชาชน”
2.ความล้มหลวเรื่องเศรษฐกิจ ทำให้หลายคนมาเดินยา ซึ่งถือว่าเป็นเหตุแห่งทุกข์
“นายกฯ ต้องสั่งเรื่องซื้อขายตำแหน่งในฐานะที่มากำกับดูแลเอง เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็น cost หรือต้นทุน จึงต้องไปหากินกับประชาชน อีกทั้งโรงพักยิ่งขยายยิ่งเป็นภาระประชาชน โดย 8 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยแย่เพราะบริหารโดยไม่บริหาร ไม่มี management หรือยุทธศาสตร์ การจัดการ มีแต่ Administation หรือ เช้าชามเย็นชาม ที่ไม่เรียกว่ามาบริหาร จึงขอให้กลับไปแก้ปัญหาระบบนี้”
นายทักษิณ กล่าวต่อว่า ในยุคของตนเองแก้ปัญหาด้วยการแก้กฎหมายว่า ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย ซึ่งในคุกมีผู้ติดยาเสพติด 2-3 แสนคน ตนเองเอาออกมาทั้งหมด เพื่อไปเข้าโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง เอาคนติดยามาฝึกวินัยเหมือนทหาร และฝึกอาชีพก่อนกลับเข้าสู่สังคม แต่มีการจัดการกวาดล้างปราบเรื่องยาเสพติดรอไว้แล้ว
“แต่พอผมโดนปฏิวัติก็มีโวหาร “ฆ่าตัดตอน” เหมือนโวหาร “ล้มเจ้า” ผลสุดท้ายตั้งคณะกรรมการมาสอบ มี อ.คณิต ณ นคร พอสอบเสร็จ ไม่พบว่าผมสั่งฆ่าตัดตอนใครเลย ทั้งหมด 2 พันราย เป็นการรวมการตายผิดธรรมชาติ อุบัติเหตุ มีแค่ 80 รายที่ตายเพราะยาเสพติด ซึ่งไม่ใช่ผมสั่ง แน่นอนว่าพอมีการปราบยา มันจึงฆ่าตัดตอนกันเองเพราะกลัวโดนจับในช่วงปราบปราม”
นอกจากนี้ นายทักษิณ ยังระบุว่า หากคิดว่าเรื่องยาเสพติดมาจากเพื่อนบ้าน ต้องขอความร่วมมือเพื่อนบ้าน รวมถึงเรื่องการนำเข้าสารตั้งต้นยาเสพติดว่ามีกี่ชนิด ก็ต้องสั่งการไม่ให้นำเข้า
“วันนี้ถ้าท่านนายกฯ จะเอาที่ผมพูดไปเปิดในการประชุมพรุ่งนี้ ผมไม่ขัดข้องนะ ท่านอย่าไปคิดว่า 100 นายกฯ ก็ทำไม่ได้ ถ้าท่านไม่อยากทำ หรือทำไม่ไหว ให้ผมไปช่วยได้นะ 6 เดือน ผมเอาอยู่ และผมก็ถือว่าเป็นผลงานของท่าน ด้วยความรักและห่วงใยบ้านเมืองและลูกหลานจริง เพราะไม่รู้ว่าจะโผล่มาอีกเท่าไหร่”