ส่วนประเด็นเกี่ยวกับยาเสพติด คาดว่าตัวผู้ก่อเหตุอาจจะเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มาก่อนรับราชการตำรวจ และเมื่อมาปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน ซึ่งมีความใกล้ชิดกับยาเสพติด ทำให้กลับมาอยู่ในวงจรของยาเสพติดได้ ส่วนในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้มีงานเกี่ยวข้องในการเข้าถึงประชาชนแต่อย่างใด
พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการป้องกันของกองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้น ตามปกติ จะมีการตรวจหาสารเสพติด ผู้ใต้บังคับบัญชา ในแต่ละโรงพัก ตามวงรอบ ของแต่ละโรงพักที่กำหนด ในลักษณะสุ่มตรวจ โดยสถิติตั้งแต่ปี พ.ศ 2563-2565 ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ ไล่ข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.น.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือ เสพยาเสพติดออกจากราชการจำนวนทั้งสิ้น 7 ราย
ส่วนเรื่องของอาวุธปืน ของข้าราชการตำรวจนครบาลจะมีการนำเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ตรวจสอบการครอบครอง รวมทั้งการเซ็นใบอนุญาตการครอบครองอาวุธปืน จะให้ทางผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด เป็นผู้ตรวจสอบประวัติของผู้ที่ขออนุญาตครอบครองทั้งหมด เป็นรายบุคคล ส่วนข้าราชการตำรวจที่ถูกไล่ออกจากราชการไปแล้วจะทำการยึดใบอนุญาต พร้อมทั้งทำประวัติเป็นบุคคลเฝ้าระวังอีกด้วย
สำหรับแนวทางป้องกัน หากเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นในพื้นที่นครบาล ซึ่งเป็นพื้นที่แคบ มีตรอกซอกซอยเยอะ รวมถึงการจราจรที่หนาแน่น วิธีการใช้สายตรวจเคลื่อนที่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ในการเข้าระงับเหตุในพื้นที่เป็นชุดแรก จากนั้นจึงจะวางยุทธวิธีในการ ควบคุมสถานการณ์ เชื่อว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาลสามารถควบคุมเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ 100 เปอร์เซ็นต์