เนชั่นทีวี

ข่าว

บช.ก.รวบอดีตตร.โกงร้านแลกเงิน 8 แสน ย่านสุรวงศ์

17 ก.ย. 2565 | sitthichai_nak

บช.ก.รวบอดีตตร.โกงร้านแลกเงิน 8 แสน ย่านสุรวงศ์

ผบช.ก.แถลงจับกุม ผู้ต้องหาฉ้อโกงร้านรับแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศ ย่านสุรวงศ์ อาศัยช่องว่างเคลียริ่งเช็ค เชิดเงินกว่า 8 แสน พบประวัติเป็นอดีตตำรวจ เคยถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกัน รวมถึงการหายตัวไปของเสี่ยติงนัง เมื่อปี 42

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการปราบปราม(ผบก.ป.) และตำรวจบก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายธารา เจริญนาคา หรือ นายครรชิต แตงจุ้ย อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 111/2565 ฉบับลงวันที่ 7 กันยายน 2565 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง” โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าที่พักภายในซอยวิภาวดี 40/2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 เวลาประมาณ 19.00 น.

ทั้งนี้นายธารา เจริญนาคา หรือ นายครรชิต แตงจุ้ย กับพวก ได้ไปติดต่อขอซื้อทองรูปพรรณจากร้านทอง และจะชำระเงินด้วยการสั่งจ่ายเป็นเช็คธนาคาร โดยผู้ต้องหาจะขอหมายเลขบัญชีธนาคารของผู้เสียหายไป แล้วจะออกอุบายแจ้งกับร้านทองให้ทราบว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว เมื่อร้านทองตรวจสอบไปที่ธนาคาร ในเวลาดังกล่าว ปรากฏข้อมูลแจ้งว่ามีเงินเข้าบัญชีของทางร้าน ร้านทองจึงได้มอบทองรูปพรรณให้กับผู้ต้องหาไป แต่หลังจากผู้ต้องหาได้ออกจากร้านไป จึงได้พบว่าไม่มียอดเงินจำนวนดังกล่าวเข้ามาในบัญชีธนาคารของทางร้านแต่อย่างใด ซึ่งผู้ต้องหาได้อาศัยช่องว่างของการเคลียริ่งเช็คธนาคาร จะปรากฎยอดแจ้งว่ามีเงินเข้าบัญชีดังกล่าว แต่เป็นยอดเงินจากการจ่ายเช็คเคลียริ่ง ไม่ใช่เงินสดแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ร้านทองได้รับความเสียหาย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร จนพนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาได้

บช.ก.รวบอดีตตร.โกงร้านแลกเงิน 8 แสน ย่านสุรวงศ์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายธารา หรือ นายครรชิต

จากการสืบสวนพบว่า ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่พักภายในซอยวิภาวดี 40/2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จึงได้เฝ้าติดตาม จนพบตัวนายธาราฯ เดินอยู่บริเวณสถานที่จับกุม จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ

จากการตรวจสอบพบว่านายธารา ยังมีหมายจับที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่อีก จำนวน 1 หมายจับ ได้แก่ ศาลจังหวัดหนองคายที่ 145/2565 คดีหมายเลขดำที่ อ 627/2565 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยในขณะที่ออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้” จากนั้นจึงนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบประวัติ พบว่าผู้ต้องหามีประวัติการกระทำความผิดหลายคดี โดยเมื่อปี พ.ศ. 2542 ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวไปของนายชัยรัตน์ หรือ "เสี่ยติงนัง" พนักงานต้อนรับชาย (สจ๊วต) สายการบินลุฟท์ฮันซ่า ซึ่งในขณะนั้นผู้ต้องหากับพวกได้ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์ เป็นรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ และยังได้ร่วมกันปลอมตั๋วเงิน โดยการเขียนปลอมลายมือชื่อนายชัยรัตน์ นำไปเรียกเก็บเงินต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร นอกจากนี้ยังร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จกับพนักงานสอบสวน สน.บางรัก รวมทั้งร่วมกันปลอมลายมือชื่อในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของนายชัยรัตน์ อีกด้วย สุดท้ายได้ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก 15 ปี 6 เดือน

บช.ก.รวบอดีตตร.โกงร้านแลกเงิน 8 แสน ย่านสุรวงศ์

หลังจากพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2555 ในช่วงปี พ.ศ. 2557-2558 ผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวก ฉ้อโกงร้านทอง จำนวนหลายร้าน โดยใช้อุบายทำทีซื้อทองในลักษณะเดียวกัน คืออาศัยช่องว่างของการเคลียริ่งของธนาคาร จนได้ทองคำน้ำหนักหลายร้อยบาท มูลค่าหลายสิบล้านบาท ก่อนจะถูกจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558 พ้นโทษออกมาในปี 2563

และหลังจากพ้นโทษออกมาในปี พ.ศ. 2565 ได้ตระเวนออกทำความผิดอีกในลักษณะเดิม ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย และจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งระหว่างที่ผู้ต้องหาได้หลบหนีการประกันตัวในคดีของศาลจังหวัดหนองคาย และก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมในครั้งนี้เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2565 ยังได้ไปก่อเหตุฉ้อโกงร้านรับแลกเงิน ย่านถนนสุรวงศ์ เขตพื้นที่ สน.บางรัก โดยใช้อุบายหลอกลวงอาศัยช่องว่างของการเคลียริ่งของธนาคารในลักษณะเดิม ได้เงินสดไปอีก 22,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 800,000 บาท

จากสอบถามนายธารา หรือ นายครรชิต ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าตัวเองติดการพนัน และต้องการเงินไปใช้จ่ายและเล่นพนันที่ประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งตัวเองเคยเป็นอดีตตำรวจจึงรู้วิธีการหลอกลวงและเชื่อว่าตัวเองหลบหนีได้พ้น ซึ่งแต่ละครั้งจะมีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเบอร์หรือซิมโทรศัพท์ให้ยากต่อการติดตามตัว

บช.ก.รวบอดีตตร.โกงร้านแลกเงิน 8 แสน ย่านสุรวงศ์

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า ฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการขอให้ตรวจสอบการขึ้นเงินอย่างละเอียดกับธนาคารอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยป้องกันช่องว่างที่มิจฉาชีพจะใช้กลโกงก่อเหตุให้ได้รับความเสียหาย และเตือนคนร้ายที่คิดจะก่อเหตุแม้จะก่อเหตุสำเร็จ แต่ตำรวจจะติดตามตัวมาดำเนินคดีทุกราย ส่วนคดีนี้ที่ผู้ต้องหาก่อเหตุในลักษณะเดิมซ้ำๆ ทางพนักงานสอบสวนจะบรรยายคำร้องถึงพฤติกรรมของคนร้ายว่าเคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้วกี่ครั้ง เพื่อประกอบการพิจารณาลงโทษของศาลต่อไป

ข่าวล่าสุด